ข้าวผัดอเมริกัน อาหารไทย เมนูผัด อาหารจานเดียว พร้อมวิธีทำ

ข้าวผัดอเมริกัน

ข้าวผัดอเมริกัน อาหารไทย อาหารจานเดียว เมนูข้าวผัด วิธีทำข้าวผัดอเมนิกัน ง่ายๆ

ข้าวผัดอเมริกัน ส่วนผสมและขั้นตอนการทำข้าวผัด สามารถทำกินเองที่บ้านได้ เมนูผัด ข้าวผัดทำอย่างไร เมนูไก่ทอดกับข้าวผัด เคล็ดลับการผัดข้าว ให้อร่อย

สูตรอาหาร เมนูอาหาร ยอดนิยม สำหรับวันนี้ ขอเนำเสนอ ข้าวผัดอเมริกันสูตรอาหารไทย ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ ข้าวผัดโดยละเอียด เมนูผัด ข้าวผัด เมนูน่องไก่ ข้าวผัดทำอย่างไร เคล็ดลับการทำข้าวผัด สำหรับ เมนูข้าวผัด ที่เรียกว่า ” ข้าวผัดอเมริกัน ”

ข้าวผัดอเมริกัน เป็น อาหารไทย เมนูข้าวผัด ที่ไม่ใช่อาหารของอเมริกันแต่อย่างใด เทคนิคการทำข้าวผัด ให้อร่อย ทำอย่างไร อาหารผัด อย่าง ข้าวผัดอเมริกา ทำอย่างไร เรามา แนะนำสูตรอาหาร

ส่วนผสมสำหรับทำข้าวผัดอเมริกัน

-ข้าวหอมมะลิหุงสุก 1 ถ้วย
-หอมใหญ่ หั้นสี่เหลี่ยม 2 ช้อนโต้ะ
-ไส้กรอกหมูหั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 ถ้วย
-ไข่ดาวไม่สุก 1 ฟอง
-น่องไก่ทอด 2 ชิ้น
-ลูกเกต 1 ช้อนโต้ะ
-ถั่วลันเตา 1 ช้อนโต้ะ
-ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต้ะ
-ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนโต้ะ
-น้ำตาล 1 ช้อนชา
-น้ำมันพืช 1 ช้อนโต้ะ

ข้าวผัดอเมริกัน
วิธีทำข้าวผัดอเมริกัน

-ตั้งกระทะน้ำมัน นำ ถั่วลันเตา และ หอมใหญ่ ลงไปผัด พอหอมได้ที่ ก็ใส่ข้าวสวยลงไปผัด
-ปรุงรสด้วย ซอสมะเขือเทศ ซอสปรุงรส และ น้ำตาล ผัดให้ส่วนผสมเข้ากันกับข้าว
-ใส่ ลูกเกต และ ไส้กรอก ลงไปผัด จากนั้นเสริฟใส่จาน นำไข่ดาววางบนข้าว เสริฟพร้อมไก่ทอด ทานคู่กับ พริกน้ำปลา กับข้าวง่ายๆ
เคล็ดลับการทำข้าวผัดอเมริกัน

-ข้าวผัด สำหรับนำมา ทำอาหาร เมนูข้าวผัด ให้ใช้ ข้าวหอมมะลิเก่า เนื่องจากข้าวจะเป็นเม็ดสวยเวลาผัดแล้วข้าวจะไม่เละ ทำให้เสียความอร่อยของข้าวผัด
-เทคนิคทำให้ข้าวสวย สำหรับทำข้าวผัด ให้นำเอาข้าวไปแช่ตู้เย็นไว้ก่อน เวลาข้าวถูกผัด โดนความร้อนจะสุกและพอดีรับประทาน ในขณะที่ข้าวไม่เละ
-หากข้าวแข็งเกินไป ให้ใส่น้ำนิดหน่อย ในขั้นตอนสุดท้ายและผัดอีกสักนิด จะทำให้ข้าวผัด นุ่มขึ้น เนื่องจากน้ำและความร้อนทำให้ข้าวที่แข็ง อ่อนลงได้
-การผัดข้าวผัด นั้น เวลาผัดให้ลดความร้อนของกระทะลง เนื่องจากหากกระทะร้อนเกินไป ข้าวจะติดกระทะ
-การทอดไข่ดาว นั้น หากต้องการให้ได้ไข่ดาวที่สวย ไม่มีรอยไหม้ และกรอบนั้น ใช้ไฟอ่อนๆ กระทะต้องร้อน
-การทำข้าวผัดอเมริกัน นั้น เราจะไม่ใช้กระเทียม แต่ใส่หอมหัวใหญ่แทน ความหอมของหอมหัวใหญ่ จะให้รสหวาน หาก หอมหัวใหญ่โดนความร้อน
-ไม่ควรขนี้ลูกเกตุ เนื่องจากลูกเกตุจะมีรสหวาน หากยีลูกเกตให้แตก จะทำให้ข้าวหวานเกินไป
-น้ำมันสำหรับนำมาผัด ห้ามนำน้ำมันเก่ามาผัด เนื่องจากน้ำมันเก่าจะมีรสและกลิ่นของอาหารอื่นๆ ทำให้เสียรสชาติของอาหาร
สูตรข้าวผัดอมเริกัน เป็น อาหารไทย เมนูข้าวผัด ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรัก การทำอาหาร เมนูข้าวผัด

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com

กล้วยฉาบ ขนมไทย อาหารแปรรูปจากกล้วย กรอบอร่อยหวานฉ่ำ

กล้วยฉาบ

กล้วยฉาบ คือ ขนมไทยประเภททอด จากกล้วยน้ำว้า อาหารแปรรูป เมนูกล้วย

กล้วยฉาบ ง่ายๆสามารถทำกินเองที่บ้านได้ กล้วยน้ำว้าทำอะไรกินได้บ้าง กล้วยน้ำทำอะไรกินดี กล้วยฉาบคือ ขนมไทยประเภททอด จากกล้วยน้ำว้า อาหารแปรรูป เมนูกล้วย กล้วยฉาบ ง่ายๆสามารถทำกินเองที่บ้านได้ กล้วยน้ำว้าทำอะไรกินได้บ้าง กล้วยน้ำทำอะไรกินดี ขนม เมนูกล้วย

ขนม เมนูอาหาร แบบง่ายๆ สำหรับวันนี้ นำเสนอ ขนมไทย เมนูขนมทอด คือ กล้วยฉาบอาหารที่สามารถนำมาสร้างอาชีพได้ เคล็ดลับการทำกล้วยฉาบ คือ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร และ การปรุงรสชาติ ขนมขบเคี้ยว อร่อยๆ ผลผลิตจากกล้วยมากเกินไป นำมาทำกล้วยฉาบ สามารถเพิ่มมูลค่าของกล้วยได้

ส่วนผสมสำหรับทำกล้วยฉาบ

-กล้วยน้ำว้า 1 หวี เลือกกล้วยห่ามๆ
-น้ำตาลทราย หนึ่งกิโลกรัม
-เกลือ 2 ช้อนชา
-เนย 2 ช้อนโต้ะ
-น้ำเปล่า 1 ลิตร
-น้ำมันสำหรับทอด

กล้วยฉาบ
วิธีทำกล้วยฉาบ

-เริ่มจากการต้มน้ำให้เดือด จากนั้นใส่น้ำตาลลงไปต้มพร้อมกับเกลือ เคี้ยวให้น้ำเชื่อมเหนียว จากนั้นนำมาพักเอาไว้ก่อน
-นำผลกล้วย มาตัดหัวและท้ายออก ปลอกเปลือกสีเขียวออก นำผลกล้วยไปล้างน้ำให้ยางของผลกล้วยเจือจางลง
-จากนั้นนำผลกล้วยมาฝานเป็นแผ่นบางๆ หากมีเครื่องช่วยฝาน จะช่วยให้กล้วยบางเท่ากัน และ เวลาทอดจะได้สุกพร้อมกัน
-นำแผ่นกล้วยมาพักให้แห้งและ คลายความชื้นลงเล็ดน้อย
-ตั้งกระทะนำมัน ให้น้ำมันร้อน และ ไฟปานปลาง ใส่เนยลงไปในน้ำมัน และ ใส่กล้วยลงไปทอด
-ทอดให้กล้วยไม่มีฟอง และ กล้วยเหลือง กรอบ จากนั้นนำกล้วยขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
-นำน้ำเชื้อมมาคลุกเคล้ากับกล้วยทอด คลุกเคล้าเบาๆ อย่าให้กล้วยทอดแตก เพียงเท่านี้ก็เสร็จพร้อมรับประทาน
เคล็ดลับการทำกล้วยฉาบ

-การเลือกกล้วย ให้ใช้กล้วยน้ำว้า ที่ยังเขียวอยู่ ห่ามๆกำลังจะสุก จะทำให้กล้วยไม่อ่อน และ ไม่หวานเกินไป
-ผลกล้วยมีน้ำยาง ต้องปลอกเปลือกก่อน และ ล้างให้น้ำยางเจือจางลง
-น้ำเชื่ิอม สามารถใช้ความหวานแบบใดก็ได้ตามใจคนชอบ
-ขั้นตอนการคลุกน้ำเชื่อม ต้องทำเบาๆ ระวังกล้วยฉาบแตก หากกล้วยแตกจะไม่น่ารับประทาน
-สำหรับคนที่ไม่ชอบกินหวาน สามารถกินกล้วยทอดแบบสดๆ ได้ โดยไม่คลุกน้ำเชื่อม
-น้ำมันที่ใช้ในการทอดให้ใช้น้ำมันใหม่ และ ความร้อนของน้ำมันให้ใช้น้ำมันร้อน แต่ไฟปานกลาง
-เทคนิคการทอดกล้วย การสังเกตุว่ากล้วยทอดเริ่มกรอบได้ที่ ให้ดูที่ฟองจากการทอด หากฟองลดลง แสดงว่ากรอบแล้ว
-การใส่เนยลงไปในน้ำมันสำหรับทอด จะช่วยให้กล้วยฉาบมีความหอมและมัน เพิ่มรสชาติของกล้วยฉาบ
-สำหรับกล้วยฉาบ สามารถโรยรสชาติอื่นๆให้หลากหลายได้ โดยไม่ได้ยึดติดที่น้ำตาลอย่างเดียว สามารถใช้ ชอคโกเล็ต คาราเมล ผลโกโก โอวันติน หรือ ทานคู่กับแยมรสต่างๆได้ หรือ นำไปทานอับไอศกรีมได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com

กล้วยบวชชี ขนมหวานจากกะทิ เมนูกล้วย พร้อมวิธีทำ เมนูกล้วย ต้มน้ำกะทิ หวานๆ

กล้วยบวชชี

กล้วยบวชชี ขนมหวาน เมนูกล้วย ต้มน้ำกะทิ หวานๆ กล้วยบวชชี ภาษาอังกฤษ เรียก banana with coconut milk

กล้วยบวชชี วิธีทำกล้วยบวชชี เคล็ดลับการทำ ขนมไทย เมนูกล้วย ใช้กล้วยชนิดใดทำ

สูตรอาหารยอดนิยม สำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ ของหวาน จากกล้วย คือ กล้วยบวชชี กล้วยทำอะไรกินดี ของหวานจากกล้วย กล้วย ของหวาน วิธีทำขนมไทย ขนมหวาน กล้วยบวชชี ขนมหวานไทย ใช้ กะทิ และ กล้วย เป็นวัตถุดิบหลักในการทำขนม กล้วยบวดชี ภาษาอังกฤษ เรียก banana with coconut milk ขนมไทยอร่อยๆ สำหรับวันนี้ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำขนม

ส่วนผสมสำหรับทำกล้วยบวชชี

-กล้วยน้ำว้าสุก แต่ไม่งอม 8 ลูก
-หางกะทิ 1 ถ้วย
-หัวกะทิ 1 ถ้วย
-เม็ดสาคู 1 ถ้วย
-น้ำตาล 1 ถ้วย
-เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
วิธีทำกล้วยบวชชี

-น้ำหัวกะทิ และหางกะทิลงไปต้ม ให้ร้อนจากนั้นเติม น้ำตาลและเกลือลงไป
-นำสาคูที่แช่น้ำไว้แล้วประมาณ 1 ชั่วโมงลงไปต้ม จากนั้นหั่นกล้วยเป็นชิ้นพอคำลงไปต้ม
-เคี่ยวจนเม็ดสาคูสุกและกล้วยสุก เสริฟใส่ถ้วยรับประทาน
-กล้วย เป็น พืชที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน โดยทั่วไป ปรกติบ้านไทย ส่วนต่างๆ ก็นิยมนำกล้วยมาปลูกอยู่ทุกบ้าง กล้วย พืชสารพัดประโยชน์ กาบกล้วย -หยวกกล้วย ใบตอง ผลกล้วย หัวปลี ทุกส่วนต่างนำมาใช้ประโยชน์ได้หมด กล้วยเป็นพืชที่เมื่อออกผลแล้วต้นก็จะตาย ในกล้วยหนึ่งต้น จะให้ผลกล้วย 1 เครือ เท่านั้น แต่กล้วยจะแตกหน่อออกใหม่ เป็นหน่อลูกหน่อหลาน การปลูกกล้วย 1 ต้น สามารถใช้ประโยชน์ได้ตลอดเลย

กล้วย นอกจากจะใช้ประโยชน์ได้ กล้วย เป็นพืชพี่เลี้ยงขั้นดีให้กับพืชชนิดอื่นๆ เนื่องจากใบขนาดใหญ่ ให้ร่มเงาที่ดี และต้นกล้วยมีน้ำมากให้ความชุ่มชื้นกับดินได้ดี การปลูกกล้วย จึงไม่ใช้แค่กล้วยอย่างชื่อแล้ว พันธุ์กล้วย ที่นิยมปลูกกันมีหลายชนิด เช่น กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า เป็นต้น เมื่อผลกล้วยออกมามาก การจัดการกล้วย เป็น อาหาร จึงเกิดการรังสรรค์ต่างๆนานา ขนมหวาน ถูกนำมาใช้ทำมากที่สุด เรามาเริ่มกันที่ เคล็ดลับการทำกล้วยบวดชี กันดีกว่า

กล้วยบวชชี

เคล็ดลับการทำกล้วยบวดชี

การทำขนมหวาน เมนูนี้ หลานคนคงเคยทานกล้วยบวดชีที่ กล้วยฝาดเหลือเกิน บางที่ก็กล้วยเละเหลือเกิน บางที่ก็เค็มมาก และหวานมาก ความอร่อยของกล้วยบวดชี อยู่ที่จุดใด กล้วยบวชชีที่อร่อยคือ น้ำกะทิ ต้อง หวานมันเค็ม พอดี กล้วยต้องเนื้อแน่นไม่เละ และเนื้อกล้วยต้องหวานไม่ฝาด ดังนั้น เทคนิคการทำกล้วยบวชชี มีดังนี้

-การเลือกกะทิ ต้องเป็น กะทิคั้นสด ผสมกันในอัตราส่วน หัวกะทิ 1 ส่วน หางกะทิ 3 ส่วน ใส่เกลือเพื่อช่วยตัดความมันของกะทิ ซึ่งการที่ไม่แนะนำให้ใช้กะทิสำเร็จ เนื่องจากรสชาติและความหวานมันแบบธรรมชาติมันต่างกัน
-การเลือกกล้วย ให้เลือกกล้วยที่กำลังจะสุก ออกเขียวปนเหลือง หากใช้กล้วยดิบเกิน ก็ทำให้กล้วยเป็นชิ้นสวย แต่รสชาติไม่หวานดังต้องการ และรสจะฝาดมากกว่า ไม่อร่อย หากเลือกสุกเลย กล้วยก็จะหวาน แต่โอกาสที่กล้วยจะเละไม่เป็นชิ้นมีมาก
-ให้ ปรุงรสของกะทิ ให้เสร้จก่อนที่จะใส่กล้วยลงไป
-ไม่ต้มกล้วยในกะทิที่ใช้ไฟร้อนเกินไป แนะนำให้ใช้ไฟอ่อน ให้กะทิซึมเข้าเนื้อกะทิ
-ทิ้ง กล้วยบวดชี ให้เย็นก่อน กะทิจะซึมเข้าเนื้อกล้วย จะได้กล้วยบวดชีที่หวานมันอย่างถึงใจ
การทำกล้วยบวดชี ดูเหมือนง่ายแต่กล้วยบวชชีที่อร่อยหาทานอยาก เนื่องจาก ขั้นตอนแต่ละขั้นตอนควบคุมยาก หากอยากทานขนมที่อร่อยถูกใจตัวเองก็ต้องทำเอง ทำรสชาติและรูปแบบที่ตัวเองพอใจ จบ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com

กล้วยเชื่อม ขนมหวาน เมนูเชื่อม เมนูกล้วย แบบง่ายๆ พร้อมวิธีทำ

กล้วยเชื่อม

กล้วยเชื่อม คือ ขนมไทย เมนูขนมเชื่อม จากกล้วย วิธีทำกล้วยเชื่อม ง่ายๆ

กล้วยเชื่อม สามารถทำกินเองที่บ้านได้ เมนูกล้วย เมนูเชื่อม ขนมพื้นบ้าน สูตรกล้วยเชื่อม ส่วนผสมและขั้นตอนการทำง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำขนมหวาน

อาหารไทย เมนูอาหาร สำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ ขนมหวาน แบบง่ายๆ ขนมพื้นบ้าน คือกล้วยเชื่อม นำกล้วยมาเชื่อมกับน้ำตาล ได้ทั้งความหวานและหอม อร่อยครบรส เคล็ดลับการทำกล้วยเชื่อม คือ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร และ การปรุงรสชาติ

สูตรกล้วยเชื่อม ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร

ส่วนผสมสำหรับทำกล้วยเชื่อม

-กล้วยน้ำหว้า 1 หวี
-น้ำตาลทราย ครึ่งกิโลกรัม
-น้ำตาลปี๊บ ครึ่งกิโลกรัม
-น้ำเปล่า 1 ลิตร
-เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
-น้ำปูนใส 2 ลิตร

กล้วยเชื่อม
วิธีทำขนมกล้วยเชื่อม

-เริ่มจากการนำกล้วยมาปลอกเปลือกก่อน และนำมาหัั่นให้เป็นชื้นขนาดพอดีคำ หรือ จะนำมาเชื่อมแบบเป็นลูกๆเลยก็ได้
-นำกล้วยมาแช่ในน้ำปุนใส 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นให้นำมาล้างน้ำ เพื่อให้น้ำปูนในออกหมดก่อน
-เตรียมน้ำเชื่อม โดยตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด จากนั้นใส่ น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ และ เกลือ ลงไป เคี่ยวน้ำเชื่อมด้วยไฟอ่อนๆ
-จากนั้นใส่ กล้วยลงไปเชื่อมในน้ำตาล เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ i99bet  จนกระทั้งน้ำตาลเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลแกง โดยขั้นตอนนี้ให้สังเกตุที่น้ำเชื่อมว่าอย่าให้แห้งเกินไป
-เมื่อกล้วยได้ที่ ให้ปิดไฟ และ ทิ้งให้กล้วยเย็น กล้วยจะซึมซับน้ำตาลจนได้ความหวานอร่อย เพียงเท่านี้ก้สามารถ เสริฟรับประทานได้
-สำหรับการเสริฟกล้วยเชื่อม สามารถราดน้ำกะทิ หรือ รับประทานแบบกล้วยเชื่อมธรรมดา
เคล็ดลับการทำกล้วยเชื่อม

-สำหรับการเลือกกล้วย ในการทำกล้วยเชื่อม ควรใช้ กล้วยน้ำว้า ที่พอห่ามๆ ไม่ดิบหรือสุกเกินไป หากเลือกกล้วยที่สุกเกินไป เวลานำมาเชื่อมจะเละ หากดิบเกินไป กล้วยจะแข็งฝาด ไม่น่ารับประทาน
-เทคนิคการนำกล้วยมาแช่น้ำปูนใส เพื่อให้เนื้อกล้วยแข็งกรอบ เวลาเชื่อมเสร็จ กล้วยจะมีความเหนียวหนึบ น่ารับประทาน
-สำหรับการเตรียมกล้วยในการเชื่อม ตามใจผู้รับประทาน จะหั่นหรือทำเป็นลูกๆก้ได้ แค่การหั่นกล้วยจะหั่นหนาหน่อย และหั่นแนวขวาง
-น้ำตาลสำหรับนำมาทำน้ำเชื่อม เลือกใช้น้ำตาลทรายผสมน้ำตาลปีีบ จะได้ความหวานและหอม ที่ผสมผสานกันได้ดี น้ำตาลทรายจะซึมเข้าเนื้อกล้วยได้ง่าย ส่วนน้ำตาลป๊ีบให้หวานหอมแบบธนนมชาติ ทำให้กล้วยหวานอร่อย
-กล้วยเชื่อม เหมาะสำหรับทานคู่กับกะทิ โดยกะทิี่ใช้ในการนำมาผสมกับกล้วยเชื่อม แนะนำว่าใช้ น้ำกะทิคั้นสด จะได้ความหวานหอมของกะทิ แบบธรรมชาติ อร่อยกว่ากะทิกระป๋อง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com…

เต้าหู้นมสด ขนมหวาน เมนูคลายร้อนจากถั่วเหลือง เต้าหู้

เต้าหู้นมสด

เต้าหู้นมสด วิธีทำเต้าหู้นมสด เต้าหู้ทำอะไรกินได้บ้าง เมนูเต้าหู้ ของหวานจากเต้าหู้ ขนมไทย

เต้าหู้นมสด วุ้นเต้าหู้ ของหวานฤดูร้อน  โรยหน้า ผลไม้รวม สอนทำวุ้นเต้าหู้

อาหารยอดนิยม สำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ อาหารง่ายๆ เมนูคลายร้อน สำหรับวันร้อนๆ คือเต้าหู้นมสด เต้าหู้ทำอะไรกินได้บ้าง ถั่วเหลืองทำอะไรกินดี ของหวานจากเต้าหู้ ขนมไทย วุ้นเต้าหู้ หน้าร้อนควรหาของหวานเย็นๆรับประทาน แนะนำอาหาร โรยหน้าด้วยผลไม่รวม สามารถคลายร้อนได้อย่างสดชื่น สอนทำเต้าหู้นมสด วิธีทำเต้าหู้นมสด เมนูของหวาน ทำจากนมสดล้วน ๆ สำหรับคนที่ไม่ดื่มน้ำเต้าหู้ก็ทานได้สบาย รสสัมผัสเนียนนุ่ม หวานหอมมันกลมกล่อม กินง่ายทำง่าย เต้าหู้นมสด หวาน มัน อร่อย ที่สำคัญ ทำแบบง่ายๆ เสร็จเร็วๆ ที่สำคัญอร่อยด้วย สูตรเต้าหู้นมสด เมนูของหวาน สูตรขนมหวาน แบบง่ายๆ ส่วนผสมเข้าใจง่าย วิธีทำไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับคนชอบกิน เมนูเต้าหู้

ส่วนผสมสำหรับทำเต้าหู้นมสด

-ผงเจลาติน 1 ช้อนโต้ะ
-ผงวุ้น 1 ช้อนโต้ะ
-น้ำเปล่า 2 ถ้วย
-น้ำเต้าหู้ 3 ถ้วย
-นมข้นจืด 1 ถ้วย
-นมข้นหวาน 1 ถ้วย
-ผลไม้ สำหรับแต่งหน้า เช่น สับปรด ส้ม เป็นต้น

เต้าหู้นมสด
วิธีทำเต้าหู้นมสด

-ต้มน้ำเปล่า จากนั้นใส่ ผงเจลาติน และผงวุ้นลงไป ต้มให้ส่วนผสมละลาย เข้ากัน จากนั้นพักทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที
-จากนั้น ใส่ น้ำเต้าหู้ นมข้นจืด นมข้นหวาน ลงไป ต้มให้ส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นกรองโดยผ้าขาวบาง ใส่พิมพ์ รอให้เต้าหู้นมสดเย็น เซ็ตตัว
-แต่งหน้า เต้าหู้นมสด ด้วยผสไม้ต่างๆ ตามใจชอบ นำไปแช่เย็น รับประทานเย็นๆจะให้ความอร่อยและสดชื่นถึงใจ
เคล็ดลับการทำเต้าหู้นมสด

-น้ำเต้าหู้ ใช้ ถั่วเหลืองสีเปลือก แบบสำเร็จรูปอย่างดี โดย เทคนิคการทำน้ำเต้าหู้ ใช้ถั่วเหลืองแช่น้ำ 3 ชั่วโมง จากนั้น นำไปโม่เอาแต่น้ำ ขั้นตอนการกรองน้ำเต้าหู้ ไม่ให้ใช้การบีบกากถั่วเหลือง เนื่องจาก กากถั่วเหลือง จะทำให้มีกลิ่นถั่วเหลือง จะไม่อร่อย
-การต้มน้ำถั่วเหลือง ให้ใช้ไฟอ่อนๆ ถ้าไฟแรงน้ำเต้าหู้จะไหม้ มีกลิ่น ไม่อร่อย และต้องกวนน้ำตลอดเวลาในการต้ม
-ใส่ใบเตยลงไปต้มเพื่อให้น้ำถั่วเหลือง หอมใบเตย
-การผสมส่วนผสมในการทำวุ้น ก่อนนำไปลงพิมพ์ ให้กรองน้ำถั่วเหลือง ไม่ให้มีเศษเจือปน
-เมนูเต้าหู้นมสด ต้องกินเย็นๆ จะทำให้สดชื่นอร่อย
-สำหรับเต้าหู้ สามารถใส่ส่วนผสมอื่นๆ ให้เพิ่มสีสันของเต้าหู้นมสด เช่น กาแฟ ชาเขียว เป็นต้น
สูตรเต้าหู้นมสด สูตรเชฟปุก เป็นอีกหนึ่ง สูตรน้ำเต้าหู้นมสด ที่อยากแนะนำให้เพื่นๆ ทราบ โดยส่วนผสม ประกอบด้วย ผงเจลาติน น้ำเปล่า นมสด นมข้นจืด ผงวุ้น นมข้นหวาน กลิ่นมะลิ ฟรุตสลัด กีวีหั่นเต๋า และแก้วมังกรหั่นเต๋า

วิธีทำเต้าหู้นมสด ของเชฟปุก โดย ผสมน้ำกับผงเจลาติน ละลายและทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้น ใส่นมสดและนมข้นจืด และผงวุ้นลงไป ต้มด้วยไฟอ่อน ๆ เมื่อเริ่มเดือด ใส่นมข้นหวาน กลิ่นมะลิ ลงไป กวนให้ละลายเข้ากันพักทิ้งไว้สักครู่ กรองน้ำเต้าหู้ จากนั้นเทใส่พิมพ์ นำไปแช่ตู้เย็น ก่อนเสิร์ฟ ใส่ ฟรุตสลัดและผลไม้ แต่งหน้า น้ำเต้าหู้นมสด อร่อยๆ ตามสไตล์ เชฟเต

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com…

ผลไม้ลอยแก้ว สูตรทำขนมขายหน้าร้อน เย็นฉ่ำชื่นใจ รับทรัพย์แบบจัดเต็ม

ผลไม้ลอยแก้ว

ผลไม้ลอยแก้ว แต่ละสูตรเป็นอาหารขายดีตลาดนัด และขายดีตลาดออฟฟิศ ใครกำลังมองหาอาหารว่างทําง่ายขายคล่อง หรืออาหารว่างทําขายง่าย ๆ จดสูตรกันเลยค่ะ

ผลไม้ลอยแก้ว  เป็นอีกสูตรทำขนมขายหน้าร้อนที่น่าสนใจ ทุกวันนี้บางเมนูหากินยาก เช่น มะกรูดลอยแก้ว แต่ถ้าเราทำขายก็เหมือนเป็นการเผยแพร่และอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก ถ้าอยากรู้ขั้นตอนการทำอย่างละเอียด จดสูตรด้านล่างเลยค่ะ นอกจากนี้ยังมีเมนูผลไม้ลอยแก้วที่น่าสนใจเพียบ !

► ลูกตาลลอยแก้ว
► แกงบวดลูกตาล
► กระท้อนลอยแก้ว
► มะยงชิดลอยแก้ว
► ว่านหางจระเข้ลอยแก้ว

ผลไม้ลอยแก้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

ขนมหม้อแกงเผือก สูตรไร้แป้งอบร้อน ๆ หอมอร่อยหวานมัน

ขนมหม้อแกงเผือก  เพราะอยากกินเลยขอลองทำสักครั้ง ขนมหม้อแกงเผือก สูตรขนมไทยไม่ใส่แป้ง เนื้อนุ่มหวานหอม อบจนสุกแล้วโรยหอมเจียว อยากได้สักหม้อจังเลย

ขนมหม้อแกงเผือก  อย่างที่รู้กันว่า ขนมหม้อแกงเป็นขนมไทยขึ้นชื่อของจังหวัดเพชรบุรี แต่ถ้าไม่สะดวกไปซื้อถึงถิ่นก็มาทำเองกันดีไหม

ส่วนผสม ขนมหม้อแกงเผือก

• ไข่เป็ด 5 ฟอง
• หัวกะทิ 400 กรัม
• น้ำตาลโตนด 250 กรัม
• ใบเตย 5 ใบ
• เผือกนึ่ง 300 กรัม
• หอมแดงเจียวตามชอบ (สำหรับโรยหน้าขนม)
• น้ำมันหอมแดงเจียว 1 ช้อนโต๊ะ

ขนมหม้อแกงเผือก

วิธีทำ

• เริ่มจากเจียวหอมแดงให้เหลืองพักไว้

• ผสมไข่ หัวกะทิ น้ำตาลโตนด และใบเตย ขยำ ๆ ให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย พักไว้

• บดเผือกนึ่งด้วยส้อมหรือที่บดให้ละเอียด นวดให้เข้ากัน

• นำส่วนผสมไข่มากรองแล้วเทลงในชามเผือกบด

• ใส่น้ำมันหอมเจียว คนให้ส่วนผสมเข้ากัน เป็นอันเรียบร้อย

• ตักใส่ถ้วย เปิดไฟบน-ล่างที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส นาน 20 นาทีหรือจนสุก

• พอสุกแล้ว โรยด้วยหอมเจียว พร้อมชิมค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

ถั่วเขียวต้มน้ำตาล วิธีทำขนมหวานขาย ขนมไทยหอมหวานหลากหลายไม่น่าเบื่อ

ถั่วเขียวต้มน้ำตาล

ถั่วเขียวต้มน้ำตาล เอาใจลูกค้ารักสุขภาพกับเมนูถั่วเขียวต้มน้ำตาล

ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ก่อนอื่นต้องแช่ถั่วเขียวในน้ำจนพองประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วค่อยไปต้มในหม้อจนเดือดและสุกนุ่ม สุดท้ายเติมน้ำตาลทรายลงไปหน่อย

เมนูขนมหวานไทยทำง่ายกินง่าย รสชาติคุ้นปากมาตั้งแต่เด็ก นอกจากจะอร่อยและทำง่ายแล้ว ขนมหวานถ้วยนี้แหละเหมาะเหม็งจะเป็นเมนูโปรดของคนกรุ๊ปเลือด A มากที่สุดด้วย

รู้กันดีอยู่แล้วว่าคนกรุ๊ปเลือด A นั้นจัดเป็นพวกมังสวิรัติตัวยง เพราะน้ำย่อย และกรดในกระเพาะอาหารต่ำ ทำให้ประสิทธิภาพในการย่อยอาหารพวกเนื้อสัตว์ไม่ดี แต่ถ้าจะไม่รับประทานเนื้อสัตว์เลยก็เกรงว่าจะขาดโปรตีนอีก วันนี้เราจึงนำเมนูขนมหวานไทย ๆ จากธัญพืชตระกูลถั่วอย่างถั่วเขียวต้มน้ำตาลมาฝาก เต็มไปด้วยโปรตีนที่ใช้ทดแทนเนื้อสัตว์ได้ในระดับหนึ่ง พร้อมแล้วก็ไปดูสูตรกันเลยดีกว่า

ส่วนผสม ถั่วเขียวต้มน้ำตาล

• ถั่วเขียว 1 ถ้วย
• น้ำตาลทรายแดง 1 ถ้วย
• น้ำเปล่า 5 ถ้วย
• เกลือป่น เล็กน้อยสำหรับปรุงรส

ถั่วเขียวต้มน้ำตาล

วิธีทำ ถั่วเขียวต้มน้ำตาล

• 1. แช่ถั่วเขียวในน้ำทิ้งไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง หรือข้ามคืน
• 2. ใส่น้ำลงในหม้อ ใส่ถั่วเขียวลงต้มจนเดือด ประมาณ 30 นาที จากนั้นเติมน้ำตาลทรายแดงลงไป ต้มจนเดือดถั่วเขียวนุ่มและน้ำตาลทรายละลาย ยกลงจากเตา ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

มาแล้วจ้า… ถั่วเขียวต้มน้ำตาลรับประทานร้อน ๆ อร่อยอย่าบอกใครเชียว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

กล้วยไข่ วิธีทำขนมหวานขาย ขนมไทยหอมหวานหลากหลายไม่น่าเบื่อ

กล้วยไข่เชื่อม

กล้วยไข่ เอาใจลูกค้าที่ไม่กินเมนูกล้วยแดงเชื่อม ก็ลองเพิ่มอีกทางเลือกนั่นคือ กล้วยไข่เชื่อม

กล้วยไข่ จับปอกเปลือกแช่น้ำเกลือแล้วเอาไปเชื่อมจนมีสีเหลือง สุดท้ายราดกะทิรสเค็มนิดหน่อย

วันนี้ขอลองเปลี่ยนมาทำเมนูกล้วยไข่เชื่อม สูตรจาก ครัวบ้านพิม จับกล้วยไข่ใส่น้ำเชื่อม เชื่อมจนกลายเป็นสีเหลือง สุดท้ายราดกะทิ

ส่วนผสม กล้วยไข่เชื่อม

• กล้วยไข่ห่าม ๆ 2 หวี
• น้ำตาลทรายขาว 450 กรัม
• น้ำสะอาด 400 กรัม

ส่วนผสม กะทิสำหรับราดหน้า

• หัวกะทิ 2 ถ้วย
• เกลือป่น (หยิบมือ)
• แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1+1/2 ช้อนโต๊ะ

กล้วยไข่เชื่อม

วิธีทำกะทิสำหรับราดหน้า

วิธีที่ 1 สำหรับหัวกะทิที่คั้นโดยไม่ใช้น้ำ ให้เอาหัวกะทิผสมเกลือป่นเล็กน้อยแล้วนำไปตั้งไฟอ่อนคนไปเรื่อย ๆ จนกะทิข้นขึ้น

วิธีที่ 2 สำหรับหัวกะทิที่คั้นแบบใส่น้ำ หรือกะทิกล่อง ให้เอาหัวกะทิ 2 ถ้วย ผสมกับแป้งสาลีอเนกประสงค์ 1+1/2 ช้อนโต๊ะ และเกลือป่นหยิบมือ (ใส่พอให้มีรสเค็มปะแล่ม ๆ) คน ๆ ให้แป้งละลายเข้ากับหัวกะทิก่อน แล้วค่อยนำไปตั้งไฟกลาง ๆ ระหว่างตั้งไฟก็ใช้ตะกร้อมือคนเรื่อย ๆ จนกระทั่งแป้งสุกและกะทิข้น พอกะทิสุกข้นแล้วก็ยกลงจากเตา ตั้งพักไว้ให้เย็น

วิธีทำกล้วยไข่เชื่อม

1. ปอกเปลือกกล้วยออก ดึงเส้นดำออกให้หมด ตัดหัว-ท้ายเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม แช่ไว้ในน้ำผสมเกลือนิดหน่อย เพื่อไม่ให้กล้วยเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ ๆ (แต่ถ้าหากปอกแล้วเชื่อมเลย ก็ไม่ต้องแช่)
2. ทำน้ำเชื่อม โดยผสมน้ำกับน้ำตาลทรายเข้าด้วยกันแล้วนำไปตั้งไฟ คนให้ละลาย นำมากรองด้วยผ้าขาวบางหรือกระชอนตาถี่ ๆ ครั้งหนึ่ง จากนั้นก็เทใส่กลับคืนหม้อ แล้วนำไปตั้งไฟเคี่ยวต่อจนน้ำเชื่อมข้น ข้อสังเกตคือฟองก็จะยิ่งเล็กลงในสูตรเคี่ยวน้ำเชื่อมให้ลดลงไปประมาณ 1/4 ส่วน ก็จะได้น้ำเชื่อมที่มีความเหนียวได้ที่
3. ใส่กล้วยไข่ลงไปในน้ำเชื่อม ใช้ไฟกลาง ๆ ค่อนมาทางอ่อน รอจนกล้วยมีสีเหลืองเข้มสม่ำเสมอกัน ตักใส่ภาชนะ ราดกะทิ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

ขนมถังแตก ขนมหวานรวมสูตรเด็ด พร้อมวิธีทำง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้

ขนมถังแตก

ขนมถังแตก มีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทยคือ มีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ

ขนมถังแตก วิธีการทำ ที่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน สีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีที่ประณีตบรรจง

ส่วนผสม

+ ส่วนผสมทำตัวแป้ง +

* แป้งสาลี 500 กรัม

* แป้งข้าวเจ้า 1500 กรัม

* กะทิ 3 ถ้วยตวง

* น้ำ 6 ถ้วยตวง

* ยีสต์ 2 ช้อนชา

* น้ำตาลทราย 800 กรัม

* น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา

* เกลือป่น

+ ส่วนผสมไส้ขนม +

* งาดำคั่วพอสุก 3 ช้อนโต๊ะ

* มะพร้าวแก่ขูดเป็นเส้นๆ 2 1/2 ถ้วยตวง

* น้ำตาลทราย

ขนมถังแตก

วิธีทำ

1. ผสมแป้งสาลี, แป้งข้าวเจ้า, น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 1 : 800 กรัม) และเกลือป่นเล็กน้อย จากนั้นใส่กะทิและน้ำ คนให้เข้ากัน

2. ผสมยีสต์กับน้ำตาลทราย (ส่วนที่ 2 : 2 ช้อนชา)ในน้ำอุ่นเล็กน้อย คนให้เข้ากันดี จากนั้นจึงปิดฝาภาชนะที่ใช้ผสม นำไป ตากแดดประมาณ 8-10 นาที จึงนำไปผสมกับส่วนผสมแป้งในขั้นตอนที่หนึ่ง คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี ทิ้งไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง พอเริ่มมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวและมีฟองเป็นอันใช้ได้

3. ทาน้ำมันที่กระทะ ตั้งไฟจนร้อนจัดแล้วลดไฟลง ตักแป้ง (ประมาณ 1/2 ถ้วยตวง) ใส่กระทะเหล็ก พอแป้งเริ่มสุก จึงโรยน้ำตาลทราย (ตามความหวานที่ชอบ), งา และมะพร้าวขูด แซะพับครึ่งแล้วตักขึ้นใส่จานเสริฟ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.the-than.com/