ผลไม้ลอยแก้ว สูตรทำขนมขายหน้าร้อน เย็นฉ่ำชื่นใจ รับทรัพย์แบบจัดเต็ม

ผลไม้ลอยแก้ว

ผลไม้ลอยแก้ว แต่ละสูตรเป็นอาหารขายดีตลาดนัด และขายดีตลาดออฟฟิศ ใครกำลังมองหาอาหารว่างทําง่ายขายคล่อง หรืออาหารว่างทําขายง่าย ๆ จดสูตรกันเลยค่ะ

ผลไม้ลอยแก้ว  เป็นอีกสูตรทำขนมขายหน้าร้อนที่น่าสนใจ ทุกวันนี้บางเมนูหากินยาก เช่น มะกรูดลอยแก้ว แต่ถ้าเราทำขายก็เหมือนเป็นการเผยแพร่และอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก ถ้าอยากรู้ขั้นตอนการทำอย่างละเอียด จดสูตรด้านล่างเลยค่ะ นอกจากนี้ยังมีเมนูผลไม้ลอยแก้วที่น่าสนใจเพียบ !

► ลูกตาลลอยแก้ว
► แกงบวดลูกตาล
► กระท้อนลอยแก้ว
► มะยงชิดลอยแก้ว
► ว่านหางจระเข้ลอยแก้ว

ผลไม้ลอยแก้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

ขนมหม้อแกงเผือก สูตรไร้แป้งอบร้อน ๆ หอมอร่อยหวานมัน

ขนมหม้อแกงเผือก  เพราะอยากกินเลยขอลองทำสักครั้ง ขนมหม้อแกงเผือก สูตรขนมไทยไม่ใส่แป้ง เนื้อนุ่มหวานหอม อบจนสุกแล้วโรยหอมเจียว อยากได้สักหม้อจังเลย

ขนมหม้อแกงเผือก  อย่างที่รู้กันว่า ขนมหม้อแกงเป็นขนมไทยขึ้นชื่อของจังหวัดเพชรบุรี แต่ถ้าไม่สะดวกไปซื้อถึงถิ่นก็มาทำเองกันดีไหม

ส่วนผสม ขนมหม้อแกงเผือก

• ไข่เป็ด 5 ฟอง
• หัวกะทิ 400 กรัม
• น้ำตาลโตนด 250 กรัม
• ใบเตย 5 ใบ
• เผือกนึ่ง 300 กรัม
• หอมแดงเจียวตามชอบ (สำหรับโรยหน้าขนม)
• น้ำมันหอมแดงเจียว 1 ช้อนโต๊ะ

ขนมหม้อแกงเผือก

วิธีทำ

• เริ่มจากเจียวหอมแดงให้เหลืองพักไว้

• ผสมไข่ หัวกะทิ น้ำตาลโตนด และใบเตย ขยำ ๆ ให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย พักไว้

• บดเผือกนึ่งด้วยส้อมหรือที่บดให้ละเอียด นวดให้เข้ากัน

• นำส่วนผสมไข่มากรองแล้วเทลงในชามเผือกบด

• ใส่น้ำมันหอมเจียว คนให้ส่วนผสมเข้ากัน เป็นอันเรียบร้อย

• ตักใส่ถ้วย เปิดไฟบน-ล่างที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส นาน 20 นาทีหรือจนสุก

• พอสุกแล้ว โรยด้วยหอมเจียว พร้อมชิมค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

ถั่วเขียวต้มน้ำตาล วิธีทำขนมหวานขาย ขนมไทยหอมหวานหลากหลายไม่น่าเบื่อ

ถั่วเขียวต้มน้ำตาล

ถั่วเขียวต้มน้ำตาล เอาใจลูกค้ารักสุขภาพกับเมนูถั่วเขียวต้มน้ำตาล

ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ก่อนอื่นต้องแช่ถั่วเขียวในน้ำจนพองประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วค่อยไปต้มในหม้อจนเดือดและสุกนุ่ม สุดท้ายเติมน้ำตาลทรายลงไปหน่อย

เมนูขนมหวานไทยทำง่ายกินง่าย รสชาติคุ้นปากมาตั้งแต่เด็ก นอกจากจะอร่อยและทำง่ายแล้ว ขนมหวานถ้วยนี้แหละเหมาะเหม็งจะเป็นเมนูโปรดของคนกรุ๊ปเลือด A มากที่สุดด้วย

รู้กันดีอยู่แล้วว่าคนกรุ๊ปเลือด A นั้นจัดเป็นพวกมังสวิรัติตัวยง เพราะน้ำย่อย และกรดในกระเพาะอาหารต่ำ ทำให้ประสิทธิภาพในการย่อยอาหารพวกเนื้อสัตว์ไม่ดี แต่ถ้าจะไม่รับประทานเนื้อสัตว์เลยก็เกรงว่าจะขาดโปรตีนอีก วันนี้เราจึงนำเมนูขนมหวานไทย ๆ จากธัญพืชตระกูลถั่วอย่างถั่วเขียวต้มน้ำตาลมาฝาก เต็มไปด้วยโปรตีนที่ใช้ทดแทนเนื้อสัตว์ได้ในระดับหนึ่ง พร้อมแล้วก็ไปดูสูตรกันเลยดีกว่า

ส่วนผสม ถั่วเขียวต้มน้ำตาล

• ถั่วเขียว 1 ถ้วย
• น้ำตาลทรายแดง 1 ถ้วย
• น้ำเปล่า 5 ถ้วย
• เกลือป่น เล็กน้อยสำหรับปรุงรส

ถั่วเขียวต้มน้ำตาล

วิธีทำ ถั่วเขียวต้มน้ำตาล

• 1. แช่ถั่วเขียวในน้ำทิ้งไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง หรือข้ามคืน
• 2. ใส่น้ำลงในหม้อ ใส่ถั่วเขียวลงต้มจนเดือด ประมาณ 30 นาที จากนั้นเติมน้ำตาลทรายแดงลงไป ต้มจนเดือดถั่วเขียวนุ่มและน้ำตาลทรายละลาย ยกลงจากเตา ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

มาแล้วจ้า… ถั่วเขียวต้มน้ำตาลรับประทานร้อน ๆ อร่อยอย่าบอกใครเชียว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

กล้วยไข่ วิธีทำขนมหวานขาย ขนมไทยหอมหวานหลากหลายไม่น่าเบื่อ

กล้วยไข่เชื่อม

กล้วยไข่ เอาใจลูกค้าที่ไม่กินเมนูกล้วยแดงเชื่อม ก็ลองเพิ่มอีกทางเลือกนั่นคือ กล้วยไข่เชื่อม

กล้วยไข่ จับปอกเปลือกแช่น้ำเกลือแล้วเอาไปเชื่อมจนมีสีเหลือง สุดท้ายราดกะทิรสเค็มนิดหน่อย

วันนี้ขอลองเปลี่ยนมาทำเมนูกล้วยไข่เชื่อม สูตรจาก ครัวบ้านพิม จับกล้วยไข่ใส่น้ำเชื่อม เชื่อมจนกลายเป็นสีเหลือง สุดท้ายราดกะทิ

ส่วนผสม กล้วยไข่เชื่อม

• กล้วยไข่ห่าม ๆ 2 หวี
• น้ำตาลทรายขาว 450 กรัม
• น้ำสะอาด 400 กรัม

ส่วนผสม กะทิสำหรับราดหน้า

• หัวกะทิ 2 ถ้วย
• เกลือป่น (หยิบมือ)
• แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1+1/2 ช้อนโต๊ะ

กล้วยไข่เชื่อม

วิธีทำกะทิสำหรับราดหน้า

วิธีที่ 1 สำหรับหัวกะทิที่คั้นโดยไม่ใช้น้ำ ให้เอาหัวกะทิผสมเกลือป่นเล็กน้อยแล้วนำไปตั้งไฟอ่อนคนไปเรื่อย ๆ จนกะทิข้นขึ้น

วิธีที่ 2 สำหรับหัวกะทิที่คั้นแบบใส่น้ำ หรือกะทิกล่อง ให้เอาหัวกะทิ 2 ถ้วย ผสมกับแป้งสาลีอเนกประสงค์ 1+1/2 ช้อนโต๊ะ และเกลือป่นหยิบมือ (ใส่พอให้มีรสเค็มปะแล่ม ๆ) คน ๆ ให้แป้งละลายเข้ากับหัวกะทิก่อน แล้วค่อยนำไปตั้งไฟกลาง ๆ ระหว่างตั้งไฟก็ใช้ตะกร้อมือคนเรื่อย ๆ จนกระทั่งแป้งสุกและกะทิข้น พอกะทิสุกข้นแล้วก็ยกลงจากเตา ตั้งพักไว้ให้เย็น

วิธีทำกล้วยไข่เชื่อม

1. ปอกเปลือกกล้วยออก ดึงเส้นดำออกให้หมด ตัดหัว-ท้ายเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม แช่ไว้ในน้ำผสมเกลือนิดหน่อย เพื่อไม่ให้กล้วยเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ ๆ (แต่ถ้าหากปอกแล้วเชื่อมเลย ก็ไม่ต้องแช่)
2. ทำน้ำเชื่อม โดยผสมน้ำกับน้ำตาลทรายเข้าด้วยกันแล้วนำไปตั้งไฟ คนให้ละลาย นำมากรองด้วยผ้าขาวบางหรือกระชอนตาถี่ ๆ ครั้งหนึ่ง จากนั้นก็เทใส่กลับคืนหม้อ แล้วนำไปตั้งไฟเคี่ยวต่อจนน้ำเชื่อมข้น ข้อสังเกตคือฟองก็จะยิ่งเล็กลงในสูตรเคี่ยวน้ำเชื่อมให้ลดลงไปประมาณ 1/4 ส่วน ก็จะได้น้ำเชื่อมที่มีความเหนียวได้ที่
3. ใส่กล้วยไข่ลงไปในน้ำเชื่อม ใช้ไฟกลาง ๆ ค่อนมาทางอ่อน รอจนกล้วยมีสีเหลืองเข้มสม่ำเสมอกัน ตักใส่ภาชนะ ราดกะทิ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

ขนมถังแตก ขนมหวานรวมสูตรเด็ด พร้อมวิธีทำง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้

ขนมถังแตก

ขนมถังแตก มีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทยคือ มีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ

ขนมถังแตก วิธีการทำ ที่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน สีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีที่ประณีตบรรจง

ส่วนผสม

+ ส่วนผสมทำตัวแป้ง +

* แป้งสาลี 500 กรัม

* แป้งข้าวเจ้า 1500 กรัม

* กะทิ 3 ถ้วยตวง

* น้ำ 6 ถ้วยตวง

* ยีสต์ 2 ช้อนชา

* น้ำตาลทราย 800 กรัม

* น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา

* เกลือป่น

+ ส่วนผสมไส้ขนม +

* งาดำคั่วพอสุก 3 ช้อนโต๊ะ

* มะพร้าวแก่ขูดเป็นเส้นๆ 2 1/2 ถ้วยตวง

* น้ำตาลทราย

ขนมถังแตก

วิธีทำ

1. ผสมแป้งสาลี, แป้งข้าวเจ้า, น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 1 : 800 กรัม) และเกลือป่นเล็กน้อย จากนั้นใส่กะทิและน้ำ คนให้เข้ากัน

2. ผสมยีสต์กับน้ำตาลทราย (ส่วนที่ 2 : 2 ช้อนชา)ในน้ำอุ่นเล็กน้อย คนให้เข้ากันดี จากนั้นจึงปิดฝาภาชนะที่ใช้ผสม นำไป ตากแดดประมาณ 8-10 นาที จึงนำไปผสมกับส่วนผสมแป้งในขั้นตอนที่หนึ่ง คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี ทิ้งไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง พอเริ่มมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวและมีฟองเป็นอันใช้ได้

3. ทาน้ำมันที่กระทะ ตั้งไฟจนร้อนจัดแล้วลดไฟลง ตักแป้ง (ประมาณ 1/2 ถ้วยตวง) ใส่กระทะเหล็ก พอแป้งเริ่มสุก จึงโรยน้ำตาลทราย (ตามความหวานที่ชอบ), งา และมะพร้าวขูด แซะพับครึ่งแล้วตักขึ้นใส่จานเสริฟ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.the-than.com/

ทองหยอด ขนมไทยพร้อมสูตร ที่ประดิษฐ์โดย “ท้าวทองกีบม้า”

ทองหยอด

ทองหยอด จนตำรับเป็นที่เผยแพร่โดยทั่วไปและตกทอดสู่อนุชนรุ่นหลัง ถือเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมโปรตุเกสที่แพร่เข้าสู่สังคมไทยด้วยเหตุนี้ท้าวทองกีบม้า

ทองหยอด จึงได้การยกย่องให้เป็น “ราชินีแห่งขนมไทย” โดยขนมที่เชื่อว่าท้าวทองกีบม้าได้ดัดแปลงเป็นขนมหวานของไทยนั้น มีดังต่อไปนี้

ส่วนผสม

ไข่เป็ด 20 ฟอง
แป้งข้าวเจ้า10 ถ้วย
น้ำตาลทราย 3 ถ้วยตวง
น้ำลอยดอกไม้ 1 1/2 ถ้วยตวง
กระทะทองเหลือง

ทองหยอด

วิธีทำ

ทำการแยกไข่แดงและไข่ขาวออกจากกัน ส่วนที่ต้องการคือไข่แดง ส่วนไข่ขาวเก็บไว้ไปประกอบอาหารอย่างอื่น
นำไข่แดงวางบนผ้าขาวบาง แล้วบีบไข่แดงลงไปในชามผสมเพื่อกรองเยื่อไข่แดงให้ไข่เนียนยิ่งขึ้น ตีไข่แดงให้ขึ้นฟูแล้วใส่แป้งข้าวเจ้าลงไปตีอีกครั้งให้เข้ากัน
ผสมน้ำลอยดอกไม้และน้ำตาลทราย ตั้งไฟแรงจนน้ำตาลเดือดพร้อมกับเคี่ยวใช้เวลาประมาณ 20 นาที จนกลายเป็นน้ำเชื่อมข้น
เสร็จแล้วเทส่วนน้ำเชื่อมแยกไว้ในอ่างสำหรับแช่ทองหยอด และส่วนอีกส่วนให้ตั้งไฟไว้สำหรับหยอดทองหยอด
ต้มน้ำเชื่อมให้เดือดฟูตลอด ใช้ปลายช้อนแกงตักแป้งขึ้นมา กะปริมาณให้พอเหมาะ ใช้นิ้งโป้งดันแป้งลงไปในกระทะ
ขนมลอยขึ้นมาแสดงว่าสุกแล้ว ใช้กระชอนตักขนมขึ้นมาแล้วนำมาพักไว้ในชามน้ำเชื่อมที่แยกไว้ จากนั้นก็ตักขึ้นมาใส่ห่อขนมที่เตรียมไว้ได้เลยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://food.mthai.com/

เผือกแกงบวดกะทิสด วิธีทำขนมไทยในน้ำกะทิสด เติมความหวานรับวันหยุด

เผือกแกงบวดกะทิสด

เผือกแกงบวดกะทิสด  และแล้วก็มาถึงเมนูขนมไทยในน้ำกะทิสุดคลาสสิกนั่นคือ เมนูเผือกแกงบวดกะทิสด

เผือกแกงบวดกะทิสด สูตรนี้ใส่มันเทศลงไปด้วย ต้มกับกะทิจนนุ่ม แหม… ถ้าได้กินตบท้ายอาหารคาวคงฟินที่สุด

ส่วนผสม แกงบวดเผือก

• เผือกหัวเล็ก (หั่นเป็นชิ้น) 1 หัว
• มันเทศ (หั่นเป็นชิ้น) 1 ถ้วย (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
• หางกะทิ 1+1/4 ถ้วย
• หัวกะทิ 1 ถ้วย
• น้ำตาลปี๊บ 150 กรัม
• เกลือป่น
• ใบเตย 4 ใบ (มัดรวมกันให้เรียบร้อย)

เผือกแกงบวดกะทิสด

วิธีทำแกงบวดเผือก

1. ต้มหางกะทิกับหัวกะทิ 1/2 ถ้วยลงในหม้อ ใช้ไฟกลาง เติมน้ำตาลปี๊บกับเกลือป่นลงไป คนให้น้ำตาลละลาย ชิมรส
2. ใส่เผือกกับมันเทศลงไป ตามด้วยใบเตย ต้มจนเผือกกับมันสุกตามชอบ ใส่หัวกะทิอีก 1/2 ถ้วยลงไป รอจนกะทิเดือดอีกครั้ง ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/