เมนูผัดสะตอปลา อาหารใต้เมนูปลา มีประโยชน์ และอร่อย

เมนูผัดสะตอปลา

เมนูผัดสะตอปลา

เมนูผัดสะตอปลา เคล็ดลับการทำผัดสะตอ  สะตอ ให้เลือดสะตอสดๆ และ นำมาล้างให้สะอาด ก่อนนำมารับประทาน
กะปิ ใช้ กะปิระยอง จะมีรสชาติเค็ม อร่อย
การเลือกปลา ให้เลือกใช้ปลาสดๆ โดย เทคนิคการเลือกปลา ให้ดูที่ตาปลา ต้องใส เหงือกแดง และ เนื้อแน่น เด้งตึง สภาพปลาภายนอกสมบุรณ์ และ เมื่อได้ปลา มาแล้วให้ล้างให้สะอาด อย่าให้เหลือเมือกและเลือดติดกับตัวปลา จะทำให้ปลาไมคาว
การทำอาหารประเภทเนื้อปลา เนื้อปลา มีลักษณะสุกง่าย และ เละง่าย พร้อมกับมีความคาว เทคนิคการทำ คือ ให้นำปลามาล้างให้สะอาด จากนั้น ทำให้เนื้อปลาสุกก่อน โดยต้มน้ำใส่ตะไคร้ ข่า และ นำเนื้อปลาลงไปลวกให้สุก จะทำให้ความคาวไม่ติดกับอาหาร และ เมื่อได้เนื้อปลาสุก ให้นำไปคลุกกับอาหาร เบาๆ เพื่อไม่ให้เนื้อปลาแตก

เมนูผัดสะตอปลา

ส่วนผสม

เนื้อปลาช่อน 10-15 ชิ้น หั่นให้เป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
สะตอ 10-15 เม็ด นำมาผ่าครึ่ง
หอมแดงหัวแดง 1 หัว นำมาซอย
กระเทียม 2-3 กลีบ นำมาซอย
พริกขี้หนูสวน 5-6 เม็ด นำมาซอย
กะปิ 1 ช้อนชา
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
ใบมะกรูดซอย 3 ใบ
น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช สำหรับผัด 2 ช้อนโต้ะ

วิธีทำ

เริ่มจากการล้างปลาให้สะอาดก่อน และนำมา ลวกในน้ำเดือด ให้สุก และ นำมาพักเอาไว้ก่อน
ทำพริกแกง โดยเตรียมครก ใส่ พริกขี้หนูสวน หอมหัวแดง กระเทียม และ กะปิ นำมาโขรกให้ละเอียด
เริ่มผัด โดย ตั้งกระทะใส่น้ำมัน รอให้ร้อน จากนั้น ใส่พริกแกงลงไปผัด ผัดให้หอม
จากนั้น ใส่ สะตอและใบมะกรูดลงไปผัด ปรุงรสด้วย น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา เติมน้ำลงไปนิดหน่อย ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน และ ชิมรสชาติให้ได้รสชาติที่ต้องการ
จากนั้น ใส่ปลาลงไป และ ผัดเบาๆ ปิดไฟ และ เสริฟใส่จานพร้อมรับประทาน…

สูตรเด็ดปลาหมึกผัดพริกสด ปลาหมึกช่วยป้องกันโรคคอพอกหรือภาวะขาดสารไอโอดีน

สูตรเด็ดปลาหมึกผัดพริกสด

สูตรเด็ดปลาหมึกผัดพริกสด

สูตรเด็ดปลาหมึกผัดพริกสด ปลาหมึกช่วยป้องกันโรคคอพอกหรือภาวะขาดสารไอโอดีน โดยปกติแล้วโรคคอพอกเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ เนื่องจากร่างกายขาดไอโอดีนทำให้ผู้ป่วยมีอาการคอโตหรือคอพอกตามมา ดังนั้นการรับประทานอาหารทะเล โดยเฉพาะปลาหมึกจะมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคคอพอกได้ เนื่องจากปลาหมึกจะมีปริมารไอโอดีนสูงโดยปลาหมึกน้ำหนัก 100 กรัม จะมีปริมาณไอโอดีนสูงถึง 54 ไมโครกรัม แม้ไอโอดีนจะเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการไม่มากนัก แต่หากรับประทานไม่เพียงพอก็จะทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาได้

สูตรเด็ดปลาหมึกผัดพริกสด

ส่วนผสม

ปลาหมึกหั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 ถ้วย เทคนิคการล้างปลาหมึก
พริกหยวกสดหั่นเป็นชิ้น 2 เม็ด
หอมหัวใหญ่ซอย 2 ช้อนโต้ะ
ต้นหอมซอยหยาบ 1 ต้น
กระเทียมบด 1 ช้อนโต้ะ
ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาล 1 ช้อนชา
ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต้ะ
พริกไทยดำบด 1 ช้อนชา

วิธีทำ

ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน ใส่ กระเทียม ลงไปผัด จากนั้นใส่ ซอสหอยนางรม ซอสถั่วเหลือง น้ำตาล พริกไทยดำ ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน
ใส่พริกหยวก ต้นหอม หอมใหญ่ และ ปลาหมึก ไปผัด คั่วให้ปลาหมึกสุก จากนั้นเสริฟใส่จานได้ กับข้าวง่ายๆ…

สูตรไก่ย่างยากิโทริสูตรเด็ดจากญี่ปุ่น Yakitori ไก่ย่างยากิโทริ เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ ไฟต้องอ่อนพอดีๆ

สูตรไก่ย่างยากิโทริสูตรเด็ดจากญี่ปุ่น

สูตรไก่ย่างยากิโทริสูตรเด็ดจากญี่ปุ่น

สูตรไก่ย่างยากิโทริสูตรเด็ดจากญี่ปุ่น เนื้อไก่ เป็นสัตว์หนึ่งที่นิยมนำมารับประทาน และปรุงอาหารได้หลากหลายมากให้รสชาติที่ดีด้วยคุณสมบัติดูดซับเครื่องปรุงได้ดีและจัดได้ว่าเป็นแหล่งอาหารที่มีคุณภาพ มีคุณค่าสารอาหารโปรตีนครบถ้วนไม่ต่างจากเนื้อแดงอย่างเนื้อวัว หรือเนื้อหมูเลย ที่สำคัญมีไขมันน้อยกว่า แคลอรี่ต่ำ (เนื้อแดงมักจะมีมันแทรกในเนื้อมาก) กลิ่นคาวน้อยกว่า และย่อยง่ายกว่า เนื้อไก่ก็เป็นอาหารยอดนิยมอีกอย่างหนึ่งในอาหารประเภทเนื้อสัตว์หาง่าย รสชาติดีและมีคุณค่าทางอาหารสูง เอาไปทำอาหารได้มากมายหลากหลายเมนู อย่างเช่นเมนูที่เราจะมาทำกันในวันนี้ “ไก่ย่างยากิโทริ ”

เคล็ดลับอยู่ที่ เนื้อไก่ ที่นำมาทำ ไก่ย่าง ให้เลือกใช้ไก่ที่สดใหม่ เนื้อที่สดใหม่ จะทำให้อาหารอร่อย    กระเทียม ที่ใช้ในการทำ ไก่ย่างยากิโทริ ให้เลือกใช้ กระเทียมจีน เนื่องจาก กระเทียมจีนกลิ่นไม่แรง  ไก่ ก่อนนำมา ย่าง ให้ หมักไว้ก่อน โดยให้นำไปแช่ในตู้เย็น จะทำให้ เครื่องหมัก เข้าเนื้อไก่มากขึ้น   การเลือกซื้อไก่ ไก่ต้องตาใสๆ ไม่ขุ่น ลักษณะของหนังไก่ ไม่เหี่ยวย่น ไม่มีจ้ำเขียว หนังไม่ซีด เนื้อไก่ต้องไม่มีสีเขียว เนื้อแน่น ปลายปีกสามารถดัดงอได้ง่าย หนังไก่มีสีขาว ไม่มีรอยฉีกขาด

สูตรไก่ย่างยากิโทริสูตรเด็ดจากญี่ปุ่น

ส่วนผสม

เนื้อไก่ หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 ถ้วย
เนย 1 ช้อนโต้ะ
กระเทียม บด 1 ช้อนโต้ะ
เกลือ 1 หยิบมือ
พริกไทยดำ บด 1 ช้อนชา
น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
ใบมิ้น บด 1 ช้อนชา
โรสแมรี่ บด 1 ช้อนชา
ใบกระเพรา บด 1 ช้อนชา

วิธีทำ

เริ่มจาก การหมักไก่ นำเนื้อไก่มาหมัก กับส่วนผสม ประกอบด้วย เนย เกลือ พริกไทยดำ น้ำเปล่า กระเทียม ใบมิ้น โรสแมรี่ ใบกระเพรา หมักไว้ในตู้เย็นสัก 2 ชั่วโมง
จากนั้นนำ เนื้อไก่ ไปเสียบไม้ สำหรับย่าง จากนั้นนำไป ย่าง ให้สุกก็พร้อมรับประทาน สูตรยากิโทริ ไก่ย่างสูตรญี่ปุ่น เมนูไก่ กับข้าวจากไก่ เมนูปิ้งย่าง

สูตรไก่ย่างยากิโทริสูตรเด็ดจากญี่ปุ่น

ประโยชน์ของการรับประทานเนื้อไก่

1.ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
เนื้ออกไก่เหมาะที่จะเป็นตัวเลือกที่ดีในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพราะในเนื้อส่วนอก นอกจากจะมีโปรสูงแล้วยังมีมีไขมันที่น้อยมีแค่เพียง 8.2% สังเกตได้ว่าสูตรอาหารของนักเพาะกายหลายๆสูตร จะใช้เนื้อไก่ส่วนนอกเป็นอาหารเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

2.โปรตีนที่ย่อยง่าย
สำหรับอาหารจำพวกเนื้อสัตว์แล้ว เนื้อไก่ก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคุณเช่นกันเมื่อกำลังมองหาอาหารที่ย่อยง่าย เพราะกล้ามเนื้อของไก่มีขนาดสั้น จึงทำให้กินง่ายย่อยง่าย ไม่มีอาการท้องอืดง่ายจนไปถึงไม่สร้างปัญหาในระบบขับถ่ายอีกด้วย

3.บำรุงระบบประสาท
สารอาหารวิตามินบี3 หรือไนอาซินในเนื้อไก่ มีประโยชน์ต่อระบบประสาทและสมองช่วยในการเรียนรู้ที่ดี การกกินเนื้อไก่ช่วยบำรุงในเรื่องของดีเอ็นเอหรือยีนทางพันธุกรรมในร่างกายของเราทำให้เราสามารถตอบสนองการเรียนรู้ในแต่ละช่วงอายุได้ดียิ่งขึ้น

4.นำไปทำอาหารได้หลากหลายชนิด
ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทไหนก็จะมีเนื้อไก่เป็นส่วนประกอบ แตกต่างกันไป อย่างเช่นเมนู ปิ้งย่าง ก็จะมีการนำ ไก่ หรือหมูมาทำเป็นอาหาร ไก่ปิ้งนมสด เป็นต้น

5.ดีต่อคุณแม่ตั้งครรภ์และลูก
สารอาหารวิตามินบี3 หรือไนอาซินในเนื้อไก่ มีประโยชน์ต่อระบบประสาทและสมองช่วยในการเรียนรู้ที่ดี การกินเนื้อไก่จะช่วยบำรุงในเรื่องของดีเอ็นเอหรือยีนทางพันธุกรรมในร่างกายของเราทำให้เราสามารถตอบสนองการเรียนรู้ในแต่ละช่วงอายุได้ดียิ่งขึ้น

6.ช่วยบำรุงสุขภาพ
นอกจากเนื้อไก่จะเต็มไปด้วยโปรตีนชั้นดี ไขมันต่ำ วิตามินครบครัน และมีแคลอรี่ต่ำ สารอาหารที่มีประโยชน์ดีต่อสุขภาพ บำรุงร่างกายได้ดี จึงเหมาะเป็นอาหารสำหรับคนที่อ่อนล้า ผู้ป่วย และผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี

7.ช่วยในการทำงานของต่อมไทรอยต์
ซีลีเนียม แหล่งรวมไอโอดีน สารอาหารที่สำคัญที่ช่วยบำรุงต่อมไทรอยด์ได้เป็นอย่างดี และส่งเสริมการทำงานให้ปกติดีเสมอ

8.ดีต่อผิวพรรณ
โปรตีนและสารอาหารสำคัญต่างๆ ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมผิวพรรณของเราให้กับมาแข็งแรงขึ้นอีกครั้ง และยังต่านทานอาการเจ็บแสบปวดร้อนภายในปากลิ้นให้กับเราได้ เพราะว่ามันก็มีวิตามินบี2 ที่ช่วยในการทำงานของเซลล์ในร่างกายให้เป็นปกติ…

ลาบเป็ดรสเด็ดจากอุดร เมนูลาบเป็ด ที่อร่อย ถึงใจ

ลาบเป็ดรสเด็ดจากอุดร

ลาบเป็ดรสเด็ดจากอุดร

ลาบเป็ดรสเด็ดจากอุดร การเลือกซื้อเนื้อเป็ด เป็ดต้องเป็นเป็ดที่สดๆ ใหม่  เป็ด ต้องมีหนังสีขาว ไม่คล้ำ เนื้อต้องแน่น ผิวตึง ไม่เหี่ยวย่น สีของเนื้อเป็ดต้องมีสีสด ไม่ซีด ไม่มีรอยช้ำ หรือ จ้ำสีเขียว กลิ่นของเป็ด ต้องไม่มีกลิ่นเน่าบูด ปากและตีนของเป็ด จะต้องมีสีเหลืองสด แต่ ถ้าหากตีนเป็ดเป็นสีดำ แสดงว่า เป็ดแก่ เนื้อเหนึยว และ กลิ่นสาบแรง

เคล็ดลับความอร่อย เป็ดใช้เป็ดสดๆ เป็นเป็ดเทศ ขนาด 1 กิโลครึ่ง เป็นขนาดของเป็ดสาว เนื้อเป็ดจะนุ่มพอดี ไม่เหนียวเกินไป เคล็ดน่ารู้ เลือกใช้เป็ดเทศ เพราะมีเนื้อมาก หนังสีขาว ไม่คล้ำ เนื้อเป็ดมีสีแดงออกน้ำตาล
หนังเป็ดเจียวเป็นเคล็ดลับความอร่อย ซึ่งลาบเป็ดทั่วไปจะไม่มีหนังเป็ดเจียว แต่สูตรนี้ต้องการความหอม และความกรอบของหนังเป็ดช่วยเพิ่มรสชาติและสีสันของอาหาร
พริกป่น ใช้พริกสดใหม่ จะมีรสชาติและไม่มีกลิ่น
ข้าวคั่วใช้ข้าวเหนียวเคี้ยงงู คั่วกับ ข่าและตะไคร้ เพิ่มความหอม ข้าวคั่วหากผสมงาขาวลงไป จะเพิ่มความหอมให้กับอาหารได้มากขึ้น
น้ำซุปเป็ดในการใส่กับลาบเป็ด ให้ใช้น้ำซุปแกงต้มเป็ด แบบต้มแซ่บ จะได้รสชาติแบบอีสาน แต่หากไม่มีก็ใช้น้ำซุปหมูหรือไก่ก็ได้

ลาบเป็ดรสเด็ดจากอุดร

ส่วนผสม

เนื้อเป็ดหั่นเป็นชิ้น 1 จาน
หนังเป็ด หั่นเป็นชิ้น 1 จาน
กระเทียมโขรก 1 จาน
ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต้ะ
น้ำซุปเป็ด 5 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต้ะ
พริกป่น 1 ช้อนโต้ะ
ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต้ะ
หอมแดงซอย 1 ช้อนโต้ะ
ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต้ะ
ใบสะระเหน่ 2-3 ใบ

วิธีทำ

เตรียมหนังเป็ดเจียว ด้วยการ คั่วหนังเป็ดให้แห้งเหลืองกรอบ จากนั้น เอาหนังเป็ดมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
ใช้น้ำมันจากหนังเป็ด มาเจียวกรเทียม ให้เหลืองกรอบ
นำหนังเป็ดมาผสมกับกระเทียมเจียว จะได้หนักเป็นเจียว
เตรียมข้าวคั่ว โดยใช้ข้าวเหนียว ตะไคร้ซอย และข่าซอย มาคั่วให้หอม
จากนั้นนำงาขาวมาคั่ว นำข้าวคั่ว 4 ส่วน ต่อ งาขาวตั่ว 1 ส่วน ผสมกัน โขรกให้ละเอียด จะได้ข้าวคั่วสำหรับเมนูลาบเป็ด
ตั้งกระทะ ใส่น้ำซุป เอาเนื้อเป็ดลงไปต้ม ให้สุก ใส่ ข้าวคั่ว พริกป่น น้ำปลา น้ำมะนาว ผสมให้เข้ากัน ชิมรส
ใส่ผัก อย่าง ต้นหอม ผักชีฝรั่ง หอมแดง ลงไปผสม คลุดเคล้า เสริฟใส่จาน เมนูลาบเป็ดก็พร้อม สำหรับวันนี้

ประโยชน์ของการกินเนื้อเป็ด มีดังนี้

เนื้อเป็ด มีวิตามินซี ช่วยกระตุ้นการสร้างพลังงานให้กับร่างกาย
เนื้อเป็ด กินแล้วบรรเทาอาการมือเท้าเย็น
เนื้อเป็ด ช่วยบำรุงร่างกาย ให้มีกำลังวังชา ช่วยในกระบวนการเมแทบอลิซึมของผิวหนัง
เนื้อเป็ด มีวิตามินเอ บำรุงสายตา
เนื้อเป็ด มีวิตามินบี ทำให้ผ่อนคลาย บรรเทาความวิตกกังวล และ ทำให้จิตใจสงบ
เนื้อเป็ด มีโพแทสเซียม ช่วยกระตุ้นการขับโซเดียมออกจากร่างกาย มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
เนื้อเป็ด มีธาตุเหล็ก ช่วยป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง
เนื้อเป็ด มีสังกะสี ช่วยให้อวัยวะสืบพันธุ์ทำงานปกติ ช่วยบำรุงสมรรถภาพทางเพศ…

ขนมเรไรหน้าปูสูตรแม่มณี เคล็ดลับ แป้ง ที่ใช้ทำให้ผสมน้ำจากนั้นนำมากรองด้วยผ้าขาวบางให้เอาเศษตะกอนออกและทำให้แป้งผสมเข้ากัน

ขนมเรไรหน้าปูสูตรแม่มณี

ขนมเรไรหน้าปูสูตรแม่มณี

ขนมเรไรหน้าปูสูตรแม่มณี เคล็ดลับ แป้ง ที่ใช้ทำให้ผสมน้ำจากนั้นนำมากรองด้วยผ้าขาวบางให้เอาเศษตะกอนออกและทำให้แป้งผสมเข้ากัน จะได้เนื้อแป้งที่นวล น่ารับประทาน
เนื้อสัตว์ ที่ใช้ทำต้องใช้เนื้อสัตว์ที่มีความสด จะทำให้รสชาติของอาหารอร่อยอย่างธรรมชาติ
ใน การเคี่ยวน้ำกะทิ ให้เคี้ยวจนน้ำกะทิแตกมันจะได้น้ำราดที่หวานมันอร่อย
เนื้อกุ้ง และ เนื้อปู ที่จะนำไปโขรกให้นำไปลวกให้สุกก่อน จะทำให้เนื้อแห้งเวลาโขรกจะได้ไม่มีน้ำมาก
การผัดแป้ง ให้ผัดด้วยความร้อนอ่อนๆ และให้แป้งสุดและร่อนออกจากกระทะ แสดงว่าแป้งสุกพร้อมนำมาบีบแล้ว

ขนมเรไรหน้าปูสูตรแม่มณี

ส่วนผสม

แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วยตวง
แป้งท้าวยายม่อม 2 ช้อนโต้ะ
น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
กะทิ 2 ถ้วยตวง
เนื้อปู 3 ช้อนโต้ะ
เนื้อกุ้ง 3 ช้อนโต้ะ
ถั่วเขียวผ่าซีกนึ่ง 2 ช้อนโต้ะ
หอมเจียว 2 ช้อนโต้ะ
กระเทียมเจียว 2 ช้อนโต้ะ
ถั่วเขียว คั่วป่น 2 ช้อนโต้ะ
พริกป่น ละเอียด 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
น้ำมะขามเปี๊ยก 1 ช้อนโต้ะ
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต้ะ
น้ำมะกรูด 1 ช้อนโต้ะ

วิธีทำ

ผสม แป้งข้าวเจ้า แป้งท้าวยายม่อม ผสมกับน้ำ ละลายให้เข้ากัน จากนั้นนำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง
นำแป้งไปผัดในกระทะให้แป้งจับตัวเป็นก้อน จากนั้นนำแป้งไปบีบในแท่นพิมพ์ให้เป็นก้อนเส้น
นำไปนึ่งด้วยหม้อหนึ่งเดือดจัด 2 นาที จะได้ แป้งเรไร พร้อมรับประทาน
เตรียมทำน้ำราด ด้วยการโขรก กระเทียมเจียว หอมเจียว เนื้อกุ้ง เนื้อปู ถั่วเขียวนึ่ง และ ถั่วเขียวคั่ว โขรกให้ส่วนผสมทั้งหมดละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน
ตั้งกระทะเคี่ยวน้ำกะทิให้แตกมัน จากนั้นใส่เนื้อที่โขรกเอาไว้แล้วลงไปผัด ปรุงรสด้วย น้ำตาล น้ำปลา น้ำมะขามเปี๊ยก น้ำมะนาวและน้ำมะกรูด เคี้ยวสักพัก ก็สามารถนำไปราดหน้าแป้งเรไรรับประทานได้
จัดจาน ราดนำราดบนแป้งเรไรแต่งหน้าด้วยผักชีโรยหน้า พร้อมรับประทาน ขนมเรไรหน้าปู แสนอร่อย

ในเนื้อปู และ เนื้อหอยมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก รวมไปถึงวิตามินที่มีประโยชน์ มากมาย แต่ก็มีคาร์โบไฮเดรตอยู่ถึง 2% ซึ่งทำให้เป็นอุปสรรค ถึงอยากทานมากก็ต้องยับยั้งใจค่ะ อย่างไรก็ตาม นาน ๆ ทานที ก็ไม่เป็นไรค่ะ  อาหารทะเลมีไอโอดีนอยู่สูงถึง 54 ไมโครกรัมต่ออาหารที่กินได้ 100 กรัม ถึงแม้ว่าธาตุไอโอดีนจะเป็นธาตุที่ร่างกายต้องการน้อยมาก แต่หากได้รับไม่เพียงพอจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาอย่างมากมายทีเดียว ซึ่งโรคที่เกิดจากการขาดสารไอโอดีน เช่น โรคคอหอยพอก สมองทำงานไม่ปกติ พัฒนาการ และการเรียนรู้ช้า และหากในขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ได้รับไอโอดีนน้อยเกินไป ลูกในท้องก็อาจจะเติบโตช้า และเสี่ยงต่อภาวะพิการ…

สูตรเด็ดแกงเผ็ดไก่ฟักทอง ะ พริกแกงเผ็ด หอม โดย น้ำมันจากกะทิจะช่วยให้แกงเผ็ดหอม

สูตรเด็ดแกงเผ็ดไก่ฟักทอง

สูตรเด็ดแกงเผ็ดไก่ฟักทอง

สูตรเด็ดแกงเผ็ดไก่ฟักทอง ฟักทอง ให้เลือกซื้อฟักทองสดๆ โดยเทคนิคการเลือกซื้อฟักทอง คือ เนื้อผิวฟักทองแข็ง สะอาดไม่มีดินเกาะ จุกของฟักทองยังมีอยู่ ฟักทองที่สดๆจะทำให้ได้เนื้อฟักทองที่อร่อย
สำหรับคนที่ต้องการให้ฟักทองสุกเร็วขึ้น สามารถนำเอาฟักทองไปต้มให้สุกก่อนนำไปผสมในแกงเผ็ดก็ได้
เนื้อไก่ เลือกใช้ส่วนเนื้อน่อง หรือ สะโพก จะได้เนื้อที่มีความนุ่ม เวลาอยู่ในแกงเผ็ดเนื้อไก่จะไม่แข็งกระด้าง
ใบมะกรูด ให้เอาแกนใบออก เพราะ แกนใบมะกรูด จะขม ไม่น่ารับประทาน
การผัดแกงเผ็ด สำคัญคือ ขั้นตอนการผัดหัวกะทิกับพริกแกง ต้องผัดจนหัวกะทิแตกมัน และ พริกแกงเผ็ด หอม โดย น้ำมันจากกะทิจะช่วยให้แกงเผ็ดหอม น่ารับประทาน
ใบมะกรูดและใบโหระพา ให้ใส่ขั้นตอนสุกท้าย จะทำให้แกงเผ็ดมีกลิ่นหอม หากใส่ลงไปต้มจนเฉาก็จะทำให้กลิ่นหอมของ สมุนไพร หมดไป
พริิก เลือกใช้พริก 2 แบบ คือ พริกเม็ดใหญ่ เพื่อให้ความสวยงาม สีสันน่ารับประทาน ส่วน พริกขี้หนูสวน ให้รสชาติจัดจ้าน ถึงใจ

สูตรเด็ดแกงเผ็ดไก่ฟักทอง

ส่วนผสม

เนื้อไก่ส่วนน่อง 1 จาน หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
ฟักทอง 1 จาน หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
หางกะทิ 1 ถ้วยตวง
พริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
พริกเม็ดใหญ่ 3-4 เม็ด หั่นเฉียงๆ
พริกขี้หนูสวน 4-5 เม็ด บุบพอแตก
ใบมะกรูด 4-5 ใบ
ใบโหระพา 1 กำมือ

วิธีทำ

ตั้งกระทะให้ร้อน นำหัวกะทิลงไปผัด กับ พริกแกงเผ็ด โดยขั้นต้อนนี้ ให้ผัดจนหัวกะทิแตกมัน และ กลิ่นเปรี้ยวของพริกแกงเผ็ดหมดไป ผัดให้ได้กลิ่นหอมของพริกแกง
จากนั้นนำ ฟักทอง และ เนื้อไก่ ลงไปผัด อย่าผัดแรงเกินไปจนทำให้ฟักทองเละ ค่อนๆผัด
เมื่อเนื้อไก่ได้ที่ ให้เติมหางกะทิลงไป ปรุงรสด้วย น้ำปลา และ น้ำตาลปี๊บ
ใส่ พริกเม็ดใหญ่ พริกขี้หนูสวน และ ใบมะกรูดลงไป เคี่ยวไปเรื่อยๆจนเนื้อฟักทองสุก ก็ปิดไฟ และ ใส่ใบโหระพาลงไป
เสริฟ แกงเผ็ดไก่ฟักทอง ใส่ชาม พร้อมรับประทานได้…

สูตรข้าวผัดหมูลิ้นจี่ ข้าวผัดง่ายๆ ที่หอมหวานลิ้นจี่ สามารถนำมาประยุกต์ผัดกับ อาหารต่างๆ นาๆได้ ลิ้นจี่ ก็คือ หนึ่งในนั้น

สูตรข้าวผัดหมูลิ้นจี่

สูตรข้าวผัดหมูลิ้นจี่

สูตรข้าวผัดหมูลิ้นจี่ ซึ่งลิ้นจี้มีรสหวานอมเปรี้ยว การปรุงรสชาติจึงต้องมีเทคนิคการทำ วิธีทำข้าวผัดหมูลิ้นจี่ ลิ้นจี่ทำอะไรกินได้บ้าง เมนูหมู เมนูผัด เมนูข้าวผัด ข้าวผัดทำอะไรกินได้บ้าง ทำข้าวผัดให้อร่อยทำอย่างไร หมูทำอะไรกินได้บ้าง กับข้าวจากหมู กับข้าวจากลิ้นจี่ ในฤดูการที่ ลิ้นจี่ ออกมาในท้องตลาดจำนวนมาก จะทำอย่างไรกับลิ้นจี่ดี ขอแนะนำ ข้าวผัดหมูลิ้นจี่ รสหวานกับรสชาติของข้าวผัดเป็นรสชาติที่แปลก และเข้ากันได้อย่างดี ข้าวผัด สามารถนำมาประยุกต์ผัดกับ อาหารต่างๆ นาๆได้ ลิ้นจี่ ก็คือ หนึ่งในนั้น

ส่วนผสม

ข้าวหุงสุก 1 ถ้วย
ไข่ไก่ 1 ฟอง
เนื้อลิ้นจี่สด 3 ลูก
หมูสด หั่นเป็นชื้นพอคำ 4 ช้อนโต้ะ
กระเทียม บด 1 ช้อนชา
ต้นหอม ซอย 1 ช้อนโต้ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาล 1 ช้อนชา
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต้ะ
พริกน้ำปลา 1 ถ้วย
แตงกวา ต้นหอม และ มะเขือ สำหรับ เป็นเครื่องเคียง ทานกับ ข้าวผัด

วิธีทำ

นำ ข้าว ไปแช่ตู้เย็น ให้ข้าวเย็นจับตัวเป็นเม็ดก่อน 15 นาที
ตั้งกระทะน้ำมัน ให้ร้อน จากนั้นใส่ กระเทียม ไข่ไก่ และ หมู ลงไปผัด พอหมูสุก และไข่สุก ก็ใส่ข้าวลงไปผัด
ปรุงรสด้วย ซอสปรุงรส และ น้ำตาล ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน ใส่ ต้นหอม และ ลิ้นจี่ ลงไปผัด
เสริฟข้าวผัดหมูลิ้นจี้ ทานคู่กับ แตงกวา ต้นหอม มะเขือ และ พริกน้ำปลา…

สูตรแกงเลียงกุ้ง แคลอรีต่ำสุขภาพดีอิ่มอร่อยยกหม้อ

สูตรแกงเลียงกุ้ง

สูตรแกงเลียงกุ้ง แคลอรีต่ำสุขภาพดีอิ่มอร่อยยกหม้อ

สูตรแกงเลียงกุ้ง ถ้าชอบกินผักเยอะ ๆ ขอนำเสนอเมนูแกงเลียงกุ้ง ใส่ผักสารพัด ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ใบแมงลัก มาพร้อมกับวิธีทำน้ำพริกแกงเลียงด้วยค่ะ

ส่วนผสม แกงเลียงกุ้ง
ฟักทอง (หั่นชิ้น)
ข้าวโพดอ่อน (หั่นชิ้น)
เห็ดฟาง (หั่นชิ้น)
บวบ (หั่นชิ้น)
กุ้ง (จะแกะเปลือกออกก่อน หรือจะล้างกุ้งให้สะอาดแล้วใส่ทั้งเปลือกแล้วค่อยแกะตอนกินก็ได้)
ใบแมงลัก

ส่วนผสม น้ำพริกแกงเลียง
พริกแห้ง 5 เม็ด
กระชาย (หั่นชิ้น) 1 ถ้วยเล็ก
หอมแดง 4-5 หัว
เกลือป่นเล็กน้อย
พริกไทยเม็ด 10 เม็ด
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำแกงเลียงกุ้ง
1. ทำน้ำพริกแกงเลียง โดยใส่พริกแห้งตำ ๆ ตามด้วยกระชาย หอมแดง ปรุงรสด้วยเกลือป่น พริกไทย และกะปิ โขลกทุกอย่างให้เข้ากัน
2. ตั้งน้ำพอประมาณให้เดือด ตักน้ำพริกแกงใส่ลงไป ตามด้วยฟักทอง ข้าวโพดอ่อน และเห็ดฟาง ขั้นตอนสุดท้ายใส่กุ้ง พอสุกก็ปิดไฟ แล้วใส่ใบแมงลัก

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

สูตรหมูมะนาว อาหารยำ กับแกล้มชั้นดี เมนูหมู พร้อมวิธีทำ

สูตรหมูมะนาว

สูตรหมูมะนาว อาหารยอดนิยมสำหรับวันนี้

สูตรหมูมะนาว ขอนำเสนอ อาหารยำ เมนูกับแกล้ม คือ หมูมะนาว เคล็ดลับความอร่อยของหมูมะนาว อยู่ที่ เนื้อหมูนุ่มๆ น้ำยำสูตรพิเศษ วิธีทำหมูมะนาว  อาหาร ประเภทยำ เนื้อหมูนุ่มๆ น้ำยำรสจัดจ้าน ทำให้ เมนูหมูมะนาว เป็นอาหารไทย ที่ได้รับความนิยม หมูมะนาว ภาษาอังกฤษ เรียก Pork with Lemon spicy sweet sauce เป็นอาหารไทย ที่มีขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก วัตถุดิบสามารถหาได้ง่าย

ส่วนผสมสำหรับทำหมูมะนาว

-หมูสไลด์ 1 ถ้วย
-กระเทียมบด 2 ช้อนโต้ะ
-พริกบด 2 ช้อนโต้ะ
-ผักชี
-น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
-น้ำตาล 1 ช้อนโต้ะ
-น้ำมะนาวสด 2 ช้อนโต้ะ
-กะหล่ำปลีหั่นฝอย 5 ช้อนโต้ะ
วิธีทำหมูมะนาว

1.ลวกหมูให้สุก
2.เอากะหล่ำปลีใส่จานและเอาหมูลวกวางบนจาน
3.ทำน้ำยำ โดย ผสม กระเทียม พริก น้ำตาล น้ำปลา มะนาว ให้เข้ากัน และเทบนจานหมูที่เตรียมไว้
4.โรยหน้าด้วยผักชี
เคล็ดลับการทำหมูมะนาว

1.เนื้อหมูให้ใช้เนื้อสดๆ ใหม่ๆ โดย เลือกเนื้อส่วนสันใน หรือ สันนอก จะได้เนื้อหมูที่นุ่มหวาน
2.การลวกหมูนั้น ให้ใช้น้ำเดือดจัด ลวกไม่ต้องนาน จะได้เนื้อหมูที่นุ่ม และ หวาน
3.น้ำยำ รสชาติจะ เปรี้ยว หวาน นำ ตามด้วยรสเผ็ด ซึ่งสามารถใส่ความเผ็ดตามใจชอบ

เมนูอาหารไทยสุดแซ่บ ทำง่ายๆ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เพียงแค่หั่นหมูเป็นชิ้น ลวกหมู ตักหมูขึ้นมาสะเด็ดน้ำจัดเรียงให้สวยงาม ราดด้วยน้ำยำ หมูมะนาว จึงเป็น อาหารไทย เมนูชื่อดัง ด้วย วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น วิธีทำที เข้าใจง่าย ไม่ยุ่งยาก เหมาะสำหรับคนรักอาหารยำ และ คนรักการสังสรรค์

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com

ซี่โครงหมูสามรส สูตรอาหาร เมนูซี่โครงหมู ง่ายๆ พร้อมวิธีทำ

ซี่โครงหมูสามรส

ซี่โครงหมูสามรส คือ อาหารไทย เมนูซี่โครงหมู วิธีทำซี่โครงหมูทอดสามรส ง่ายๆ

ซี่โครงหมูสามรส สามารถทำกินเองที่บ้านได้ เคล็ดลับความอร่อย คือ การหมักซี่โครงหมู กับข้าวจากซี่โครงหมู ซี่โครงหมูทำอะไรกินได้บ้าง

สูตรอาหาร เมนูอาหาร แนะนำสำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ ซี่โครงหมูทอดสามรส จัดว่าเป็น เมนูกับแกล้ม ทานง่าย รสชาติหวานสมชื่อ ขั้นตอนการทำซี่โครงหมูสามรส เคล็ดลับความอร่อย อยู่ที่วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการหมักหมู และ การปรุงรสชาติ สูตรซี่โครงหมูทอดสามรส ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนชอบอาหาร เมนูซี่โครงหมู

ซี่โครงหมูสามรส

ส่วนผสมสำหรับทำซี่โครงหมูทอดสามรส

-ซี่โครงหมู เลือกขนาดกว้างประมาณ 2 นิ้ว 1 แถว
-เกลือป่น 1 ช้อนชา สำหรับหมักหมู
-พริกไทยป่น 1 ช้อนชา สำหรับหมักหมู
-แป้งสาลี 2 ช้อนโต้ะ สำหรับหมักหมู
-ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต้ะ สำหรับหมักหมู
-กระเทียมบด 3 ช้อนโต้ะ
-น้ำสับปะรด 3 ช้อนโต้ะ
-น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต้ะ
-น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต้ะ
-ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต้ะ
-สับปะรดหั่นชิ้น 5 ช้อนโต้ะ
-พริกหั่นเป็นฝอย 2 ช้อนโต้ะ
-ผักสด เช่น แครอท บ๊อคโลรี่ กะหล่ำปลี เป็นต้น
-น้ำมันพืช 2 ถ้วย
วิธีทำซี่โครงหมูทอดสามรส

-เริ่มจากการหมักซี่โครงหมูก่อน หั่นซี่โครงหมูเป็นท่อนๆ ขนาดพอดีคำ หมักด้วย เกลือป่น พริกไทยป่น ซอสปรุงรส และ แป้งสาลี นวดให้ส่วนผสมเข้ากับกระดูกซี่โครงหมู และ หมักทิ้งไว้ในตู้เย็นประมาณ 30 นาที
-ตั้งกระทะน้ำมัน ให้ร้อนจากนั้นใส่กระเทียมบดลงไปผัด ให้กระเทียมหอม เหลือง จากนั้นใส่ซี่โครงหมูลงไปผัด ผัดให้ซี่โครงหมูสุก
-จากนั้นปรุงรสด้วย น้ำสับปะรด น้ำตาลปี๊บ น้ำส้มสายชู และ ซีอิ๊วขาว ผัดให้ส่วนผสมละลายเป็นเนื้อเดยวกัน ผัดไปเรื่อยๆจนซอสเริ่มแห้งก็ปิดไฟ เสริฟใส่จาน และแต่งหน้าจานให้สวยงามด้วย ผักสด สับปะรด และ พริกหั่นฝอย
เคล็ดลับการทำซี่โครงหมูทอดสามรส

-ซี่โครงหมู ให้เลือกใช้ส่วนซี่โครงกระดูกหมูอ่อน ให้เลือกซื้อกระดูกซี่โครงที่สด ใหม่ จะได้เนื้อหมูที่อร่อย
-การหมักหมูให้หมักให้นานประมาณสัก 3 ชั่วโมง ให้เนื้อหมูเข้าเนื้อ
-ก่อนผัดกระดูกซี่โครง ให้ใส่กระเทียมลงไปผัดก่อน ความหอมของกระเทียมจะออกมากับน้ำมันทำให้ซี่โครงหมูมีความหอมของกระเทียม
-สับประรด ให้เลือกใช้สับปะรดศรีราชา จะได้รสชาติหวานอมเปรี้ยว
-น้ำตาล ให้เลือกใช้น้ำตาลปี๊บ ความหวานของน้ำตาลปี๊บจะให้รสชาติที่กลมกล่อม

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com…