ลาบเป็ดรสเด็ดจากอุดร เมนูลาบเป็ด ที่อร่อย ถึงใจ

ลาบเป็ดรสเด็ดจากอุดร

ลาบเป็ดรสเด็ดจากอุดร

ลาบเป็ดรสเด็ดจากอุดร การเลือกซื้อเนื้อเป็ด เป็ดต้องเป็นเป็ดที่สดๆ ใหม่  เป็ด ต้องมีหนังสีขาว ไม่คล้ำ เนื้อต้องแน่น ผิวตึง ไม่เหี่ยวย่น สีของเนื้อเป็ดต้องมีสีสด ไม่ซีด ไม่มีรอยช้ำ หรือ จ้ำสีเขียว กลิ่นของเป็ด ต้องไม่มีกลิ่นเน่าบูด ปากและตีนของเป็ด จะต้องมีสีเหลืองสด แต่ ถ้าหากตีนเป็ดเป็นสีดำ แสดงว่า เป็ดแก่ เนื้อเหนึยว และ กลิ่นสาบแรง

เคล็ดลับความอร่อย เป็ดใช้เป็ดสดๆ เป็นเป็ดเทศ ขนาด 1 กิโลครึ่ง เป็นขนาดของเป็ดสาว เนื้อเป็ดจะนุ่มพอดี ไม่เหนียวเกินไป เคล็ดน่ารู้ เลือกใช้เป็ดเทศ เพราะมีเนื้อมาก หนังสีขาว ไม่คล้ำ เนื้อเป็ดมีสีแดงออกน้ำตาล
หนังเป็ดเจียวเป็นเคล็ดลับความอร่อย ซึ่งลาบเป็ดทั่วไปจะไม่มีหนังเป็ดเจียว แต่สูตรนี้ต้องการความหอม และความกรอบของหนังเป็ดช่วยเพิ่มรสชาติและสีสันของอาหาร
พริกป่น ใช้พริกสดใหม่ จะมีรสชาติและไม่มีกลิ่น
ข้าวคั่วใช้ข้าวเหนียวเคี้ยงงู คั่วกับ ข่าและตะไคร้ เพิ่มความหอม ข้าวคั่วหากผสมงาขาวลงไป จะเพิ่มความหอมให้กับอาหารได้มากขึ้น
น้ำซุปเป็ดในการใส่กับลาบเป็ด ให้ใช้น้ำซุปแกงต้มเป็ด แบบต้มแซ่บ จะได้รสชาติแบบอีสาน แต่หากไม่มีก็ใช้น้ำซุปหมูหรือไก่ก็ได้

ลาบเป็ดรสเด็ดจากอุดร

ส่วนผสม

เนื้อเป็ดหั่นเป็นชิ้น 1 จาน
หนังเป็ด หั่นเป็นชิ้น 1 จาน
กระเทียมโขรก 1 จาน
ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต้ะ
น้ำซุปเป็ด 5 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต้ะ
พริกป่น 1 ช้อนโต้ะ
ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต้ะ
หอมแดงซอย 1 ช้อนโต้ะ
ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต้ะ
ใบสะระเหน่ 2-3 ใบ

วิธีทำ

เตรียมหนังเป็ดเจียว ด้วยการ คั่วหนังเป็ดให้แห้งเหลืองกรอบ จากนั้น เอาหนังเป็ดมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
ใช้น้ำมันจากหนังเป็ด มาเจียวกรเทียม ให้เหลืองกรอบ
นำหนังเป็ดมาผสมกับกระเทียมเจียว จะได้หนักเป็นเจียว
เตรียมข้าวคั่ว โดยใช้ข้าวเหนียว ตะไคร้ซอย และข่าซอย มาคั่วให้หอม
จากนั้นนำงาขาวมาคั่ว นำข้าวคั่ว 4 ส่วน ต่อ งาขาวตั่ว 1 ส่วน ผสมกัน โขรกให้ละเอียด จะได้ข้าวคั่วสำหรับเมนูลาบเป็ด
ตั้งกระทะ ใส่น้ำซุป เอาเนื้อเป็ดลงไปต้ม ให้สุก ใส่ ข้าวคั่ว พริกป่น น้ำปลา น้ำมะนาว ผสมให้เข้ากัน ชิมรส
ใส่ผัก อย่าง ต้นหอม ผักชีฝรั่ง หอมแดง ลงไปผสม คลุดเคล้า เสริฟใส่จาน เมนูลาบเป็ดก็พร้อม สำหรับวันนี้

ประโยชน์ของการกินเนื้อเป็ด มีดังนี้

เนื้อเป็ด มีวิตามินซี ช่วยกระตุ้นการสร้างพลังงานให้กับร่างกาย
เนื้อเป็ด กินแล้วบรรเทาอาการมือเท้าเย็น
เนื้อเป็ด ช่วยบำรุงร่างกาย ให้มีกำลังวังชา ช่วยในกระบวนการเมแทบอลิซึมของผิวหนัง
เนื้อเป็ด มีวิตามินเอ บำรุงสายตา
เนื้อเป็ด มีวิตามินบี ทำให้ผ่อนคลาย บรรเทาความวิตกกังวล และ ทำให้จิตใจสงบ
เนื้อเป็ด มีโพแทสเซียม ช่วยกระตุ้นการขับโซเดียมออกจากร่างกาย มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
เนื้อเป็ด มีธาตุเหล็ก ช่วยป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง
เนื้อเป็ด มีสังกะสี ช่วยให้อวัยวะสืบพันธุ์ทำงานปกติ ช่วยบำรุงสมรรถภาพทางเพศ…

ขนมเรไรหน้าปูสูตรแม่มณี เคล็ดลับ แป้ง ที่ใช้ทำให้ผสมน้ำจากนั้นนำมากรองด้วยผ้าขาวบางให้เอาเศษตะกอนออกและทำให้แป้งผสมเข้ากัน

ขนมเรไรหน้าปูสูตรแม่มณี

ขนมเรไรหน้าปูสูตรแม่มณี

ขนมเรไรหน้าปูสูตรแม่มณี เคล็ดลับ แป้ง ที่ใช้ทำให้ผสมน้ำจากนั้นนำมากรองด้วยผ้าขาวบางให้เอาเศษตะกอนออกและทำให้แป้งผสมเข้ากัน จะได้เนื้อแป้งที่นวล น่ารับประทาน
เนื้อสัตว์ ที่ใช้ทำต้องใช้เนื้อสัตว์ที่มีความสด จะทำให้รสชาติของอาหารอร่อยอย่างธรรมชาติ
ใน การเคี่ยวน้ำกะทิ ให้เคี้ยวจนน้ำกะทิแตกมันจะได้น้ำราดที่หวานมันอร่อย
เนื้อกุ้ง และ เนื้อปู ที่จะนำไปโขรกให้นำไปลวกให้สุกก่อน จะทำให้เนื้อแห้งเวลาโขรกจะได้ไม่มีน้ำมาก
การผัดแป้ง ให้ผัดด้วยความร้อนอ่อนๆ และให้แป้งสุดและร่อนออกจากกระทะ แสดงว่าแป้งสุกพร้อมนำมาบีบแล้ว

ขนมเรไรหน้าปูสูตรแม่มณี

ส่วนผสม

แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วยตวง
แป้งท้าวยายม่อม 2 ช้อนโต้ะ
น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
กะทิ 2 ถ้วยตวง
เนื้อปู 3 ช้อนโต้ะ
เนื้อกุ้ง 3 ช้อนโต้ะ
ถั่วเขียวผ่าซีกนึ่ง 2 ช้อนโต้ะ
หอมเจียว 2 ช้อนโต้ะ
กระเทียมเจียว 2 ช้อนโต้ะ
ถั่วเขียว คั่วป่น 2 ช้อนโต้ะ
พริกป่น ละเอียด 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
น้ำมะขามเปี๊ยก 1 ช้อนโต้ะ
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต้ะ
น้ำมะกรูด 1 ช้อนโต้ะ

วิธีทำ

ผสม แป้งข้าวเจ้า แป้งท้าวยายม่อม ผสมกับน้ำ ละลายให้เข้ากัน จากนั้นนำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง
นำแป้งไปผัดในกระทะให้แป้งจับตัวเป็นก้อน จากนั้นนำแป้งไปบีบในแท่นพิมพ์ให้เป็นก้อนเส้น
นำไปนึ่งด้วยหม้อหนึ่งเดือดจัด 2 นาที จะได้ แป้งเรไร พร้อมรับประทาน
เตรียมทำน้ำราด ด้วยการโขรก กระเทียมเจียว หอมเจียว เนื้อกุ้ง เนื้อปู ถั่วเขียวนึ่ง และ ถั่วเขียวคั่ว โขรกให้ส่วนผสมทั้งหมดละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน
ตั้งกระทะเคี่ยวน้ำกะทิให้แตกมัน จากนั้นใส่เนื้อที่โขรกเอาไว้แล้วลงไปผัด ปรุงรสด้วย น้ำตาล น้ำปลา น้ำมะขามเปี๊ยก น้ำมะนาวและน้ำมะกรูด เคี้ยวสักพัก ก็สามารถนำไปราดหน้าแป้งเรไรรับประทานได้
จัดจาน ราดนำราดบนแป้งเรไรแต่งหน้าด้วยผักชีโรยหน้า พร้อมรับประทาน ขนมเรไรหน้าปู แสนอร่อย

ในเนื้อปู และ เนื้อหอยมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก รวมไปถึงวิตามินที่มีประโยชน์ มากมาย แต่ก็มีคาร์โบไฮเดรตอยู่ถึง 2% ซึ่งทำให้เป็นอุปสรรค ถึงอยากทานมากก็ต้องยับยั้งใจค่ะ อย่างไรก็ตาม นาน ๆ ทานที ก็ไม่เป็นไรค่ะ  อาหารทะเลมีไอโอดีนอยู่สูงถึง 54 ไมโครกรัมต่ออาหารที่กินได้ 100 กรัม ถึงแม้ว่าธาตุไอโอดีนจะเป็นธาตุที่ร่างกายต้องการน้อยมาก แต่หากได้รับไม่เพียงพอจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาอย่างมากมายทีเดียว ซึ่งโรคที่เกิดจากการขาดสารไอโอดีน เช่น โรคคอหอยพอก สมองทำงานไม่ปกติ พัฒนาการ และการเรียนรู้ช้า และหากในขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ได้รับไอโอดีนน้อยเกินไป ลูกในท้องก็อาจจะเติบโตช้า และเสี่ยงต่อภาวะพิการ…

ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยาอาหารที่ทำให้ธาตุเหล็กดูดซึมเร็ว เพราะมีส่วนผสมของตับและเนื้อสัตว์ เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เป็นช่วงที่จำเป็นต้องได้รับธาตุเหล็กในปริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม

ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยาอาหารที่ทำให้ธาตุเหล็กดูดซึมเร็ว

ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยาอาหารที่ทำให้ธาตุเหล็กดูดซึมเร็ว

ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยาอาหารที่ทำให้ธาตุเหล็กดูดซึมเร็ว ธาตุเหล็ก นับว่าเป็นอีกหนึ่งอย่างที่จำเป็นสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งหลาย เพราะนอกจากจะช่วยให้ทารกในครรภ์มีร่างกายที่แข็งแรง ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดและสมองแล้ว ยังช่วยให้คุณแม่ไม่หน้ามืดเป็นลมง่าย ๆ อีกด้วย อาหารที่ให้ธาตุเหล็กชนิดดูดซึมเร็ว ได้แก่ อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เครื่องใน หรือ อย่างเช่นเมนูตับหมูที่เราคัดสรรมาในวันนี้ น้ำซุปกระดูก ต้องเคี้ยวน้ำซุปจนหวาน และ ใส่เครื่องเทศลงไปต้ม ซึ่งเครื่องเทศนั้น ต้องมีอัตราส่วนที่พอดี ไม่มากเกินไป จะได้น้ำซุปที่หอมและ หวานเข้มข้น
การลวกเส้นเล็ก เป็น เทคนิคสำคัญของก๋วยเตี๋ยว หลายคนมีปัญหาการลวกเส้น เช่น เส้นเละเกิน หรือ แข็งเกิน เทคนิคการลวกเส้นนั้น คือ ต้องนำเส้นเล็กไปแช่น้ำก้อน เส้นต้องอิ่มน้ำ และต้องล้างเศษแป้งที่ติดในตัวเส้นด้วย น้ำสำหรับลวกเส้น ให้แยกหม้อจากหม้อน้ำซุป เนื่องจาก น้ำสำหรับลวกต้องเดือดจัด จะได้เส้นที่เหนียวนุ่ม
เนื้อหมูและเนื้อตับ ให้ลวกต่างหาก จากนั้นนำไปแช่ในน้่ำซุปเอาไว้ ให้เนื้อหมู และ ตับ ไม่ แห้ง และแข็งตัว
ผักบุ้ง สำหรับก๋วยเตียวเรือ ต้องเป็น ผักบุ้งจีน ก้านโตๆ หั่นไม่ต้องหนามาก พอดีคำ จะได้ผักบุ้งกรอบๆ แต่ผักบุ้งต้องลวก เนื่องจาก หากผักบุ้งสดๆ จะมีกลิ่นเหม็นเขียว การลวกก่อนจะทำให้ไม่มีกลิ่นน่ารับประทาน

ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยาอาหารที่ทำให้ธาตุเหล็กดูดซึมเร็ว

ส่วนผสมสำหรับเรื่องปรุง ก๋วยเตียว

ลูกชิ้นหมู หรือ ลูกชิ้นเนื้อวัว (ตามใจชอบ)
เนื้อหมูลวก หรือเนื้อวัวลวก
ตับหมูลวก
น้ำมันและกากหมู
น้ำพริกน้ำส้ม
น้ำตาล
น้ำปลา
พริกป่น
เส้นเล็ก (ลวกตามใจชอบ)
ถั่วงอก
ผักบุ้ง
ผักชีฝรั่งหั่นฝอย ใบโหระพา

วัตถุดิบสำหรับทำ น้ำซุป ก๋วยเตียว

เครื่องเทศยาจีน 1 ซอง (อบเชย โป๊ยกั๊ก พริกหอม)
ข่า 2 หัว
รากผักชี บด 2 ช้อนโต้ะ
ใบเตย 3 ใบ (มัดเป็นก้อน)
กะทิสด 1 ถ้วยตวง
เลือดสด 2 ถ้วยตวง
เหล้าเซี่ยงชุน ครึ่ง ถ้วยตวง
เกลือ 1 ช้อนชา
น้ำกระเทียมดอง ครึ่งถ้วยตวง
กระเทียมบด 2 ช้อนโต้ะ
เต้าหู้ยี้บด 2 ช้อนโต้ะ
น้ำตาล 2 ช้อนโต้ะ
เต้าเจี๊ยวบด ครึ่งถ้วยตวง
ซอสปรุงรส 1 ถ้วยตวง
ซอสถั่วเหลือง 1 ถ้วยตวง
ซีอิ้วดำ ครึ่ง ถ้วยตวง
กระดูกหมู 1 กิโลกรัม

 ขั้นตอนการทำน้ำซุป ก๋วยเตียว

ต้มน้ำ หม้อขนาด 16 นิ้ว จากนั้นนำกระดูกหมูลงไปต้มไฟอ่อน ประมาณ 1 ชั่วโมง
ใส่ เครื่องยาจีน ใบเตย รากผักชี กระเที่ยม ข่า เหล้าเซี้ยงชุน เต้าหู้ยี้ น้ำกระเทียมดอง น่ำตาล ซอสปรุงรส ซอสถั่วเหลือง และซีอิ้วดำลงไป จากนั้นเคียวต่อด้วยไฟปานกลาง ประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง
เลือดสดผสมกะทะ จากนั้นใส่ลงไปในหม้อต้ม คลนไม่ให้เลือดจับตัวเป็นก้อน จากนั้นเคี้ยวตอสัก 30 นาที

วิธีทำก๋วยเตียว

ลวกเส้นและผักให้สุก จากนั้นเทใส่ถ้วย เติม เนื้อหมูลวก ลูกชิ้น และตับหมู
ใส่น้ำมัน กากหมู น้ำตาล 1 ช้อน น้ำปลา 1 ช้อน น้ำพริกน้ำส้ม 1 ช้อน และ พริก 1 ช้อน
เทน้ำซุปลงไปในถ้วย โรยหน้าด้วย …

สูตรเด็ดแกงเผ็ดไก่ฟักทอง ะ พริกแกงเผ็ด หอม โดย น้ำมันจากกะทิจะช่วยให้แกงเผ็ดหอม

สูตรเด็ดแกงเผ็ดไก่ฟักทอง

สูตรเด็ดแกงเผ็ดไก่ฟักทอง

สูตรเด็ดแกงเผ็ดไก่ฟักทอง ฟักทอง ให้เลือกซื้อฟักทองสดๆ โดยเทคนิคการเลือกซื้อฟักทอง คือ เนื้อผิวฟักทองแข็ง สะอาดไม่มีดินเกาะ จุกของฟักทองยังมีอยู่ ฟักทองที่สดๆจะทำให้ได้เนื้อฟักทองที่อร่อย
สำหรับคนที่ต้องการให้ฟักทองสุกเร็วขึ้น สามารถนำเอาฟักทองไปต้มให้สุกก่อนนำไปผสมในแกงเผ็ดก็ได้
เนื้อไก่ เลือกใช้ส่วนเนื้อน่อง หรือ สะโพก จะได้เนื้อที่มีความนุ่ม เวลาอยู่ในแกงเผ็ดเนื้อไก่จะไม่แข็งกระด้าง
ใบมะกรูด ให้เอาแกนใบออก เพราะ แกนใบมะกรูด จะขม ไม่น่ารับประทาน
การผัดแกงเผ็ด สำคัญคือ ขั้นตอนการผัดหัวกะทิกับพริกแกง ต้องผัดจนหัวกะทิแตกมัน และ พริกแกงเผ็ด หอม โดย น้ำมันจากกะทิจะช่วยให้แกงเผ็ดหอม น่ารับประทาน
ใบมะกรูดและใบโหระพา ให้ใส่ขั้นตอนสุกท้าย จะทำให้แกงเผ็ดมีกลิ่นหอม หากใส่ลงไปต้มจนเฉาก็จะทำให้กลิ่นหอมของ สมุนไพร หมดไป
พริิก เลือกใช้พริก 2 แบบ คือ พริกเม็ดใหญ่ เพื่อให้ความสวยงาม สีสันน่ารับประทาน ส่วน พริกขี้หนูสวน ให้รสชาติจัดจ้าน ถึงใจ

สูตรเด็ดแกงเผ็ดไก่ฟักทอง

ส่วนผสม

เนื้อไก่ส่วนน่อง 1 จาน หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
ฟักทอง 1 จาน หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
หางกะทิ 1 ถ้วยตวง
พริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
พริกเม็ดใหญ่ 3-4 เม็ด หั่นเฉียงๆ
พริกขี้หนูสวน 4-5 เม็ด บุบพอแตก
ใบมะกรูด 4-5 ใบ
ใบโหระพา 1 กำมือ

วิธีทำ

ตั้งกระทะให้ร้อน นำหัวกะทิลงไปผัด กับ พริกแกงเผ็ด โดยขั้นต้อนนี้ ให้ผัดจนหัวกะทิแตกมัน และ กลิ่นเปรี้ยวของพริกแกงเผ็ดหมดไป ผัดให้ได้กลิ่นหอมของพริกแกง
จากนั้นนำ ฟักทอง และ เนื้อไก่ ลงไปผัด อย่าผัดแรงเกินไปจนทำให้ฟักทองเละ ค่อนๆผัด
เมื่อเนื้อไก่ได้ที่ ให้เติมหางกะทิลงไป ปรุงรสด้วย น้ำปลา และ น้ำตาลปี๊บ
ใส่ พริกเม็ดใหญ่ พริกขี้หนูสวน และ ใบมะกรูดลงไป เคี่ยวไปเรื่อยๆจนเนื้อฟักทองสุก ก็ปิดไฟ และ ใส่ใบโหระพาลงไป
เสริฟ แกงเผ็ดไก่ฟักทอง ใส่ชาม พร้อมรับประทานได้…

สูตรข้าวผัดหมูลิ้นจี่ ข้าวผัดง่ายๆ ที่หอมหวานลิ้นจี่ สามารถนำมาประยุกต์ผัดกับ อาหารต่างๆ นาๆได้ ลิ้นจี่ ก็คือ หนึ่งในนั้น

สูตรข้าวผัดหมูลิ้นจี่

สูตรข้าวผัดหมูลิ้นจี่

สูตรข้าวผัดหมูลิ้นจี่ ซึ่งลิ้นจี้มีรสหวานอมเปรี้ยว การปรุงรสชาติจึงต้องมีเทคนิคการทำ วิธีทำข้าวผัดหมูลิ้นจี่ ลิ้นจี่ทำอะไรกินได้บ้าง เมนูหมู เมนูผัด เมนูข้าวผัด ข้าวผัดทำอะไรกินได้บ้าง ทำข้าวผัดให้อร่อยทำอย่างไร หมูทำอะไรกินได้บ้าง กับข้าวจากหมู กับข้าวจากลิ้นจี่ ในฤดูการที่ ลิ้นจี่ ออกมาในท้องตลาดจำนวนมาก จะทำอย่างไรกับลิ้นจี่ดี ขอแนะนำ ข้าวผัดหมูลิ้นจี่ รสหวานกับรสชาติของข้าวผัดเป็นรสชาติที่แปลก และเข้ากันได้อย่างดี ข้าวผัด สามารถนำมาประยุกต์ผัดกับ อาหารต่างๆ นาๆได้ ลิ้นจี่ ก็คือ หนึ่งในนั้น

ส่วนผสม

ข้าวหุงสุก 1 ถ้วย
ไข่ไก่ 1 ฟอง
เนื้อลิ้นจี่สด 3 ลูก
หมูสด หั่นเป็นชื้นพอคำ 4 ช้อนโต้ะ
กระเทียม บด 1 ช้อนชา
ต้นหอม ซอย 1 ช้อนโต้ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาล 1 ช้อนชา
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต้ะ
พริกน้ำปลา 1 ถ้วย
แตงกวา ต้นหอม และ มะเขือ สำหรับ เป็นเครื่องเคียง ทานกับ ข้าวผัด

วิธีทำ

นำ ข้าว ไปแช่ตู้เย็น ให้ข้าวเย็นจับตัวเป็นเม็ดก่อน 15 นาที
ตั้งกระทะน้ำมัน ให้ร้อน จากนั้นใส่ กระเทียม ไข่ไก่ และ หมู ลงไปผัด พอหมูสุก และไข่สุก ก็ใส่ข้าวลงไปผัด
ปรุงรสด้วย ซอสปรุงรส และ น้ำตาล ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน ใส่ ต้นหอม และ ลิ้นจี่ ลงไปผัด
เสริฟข้าวผัดหมูลิ้นจี้ ทานคู่กับ แตงกวา ต้นหอม มะเขือ และ พริกน้ำปลา…

สูตรผัดไทยไชยา สูตรอาหารใต้ รสเด็ดเผ็ดร้อนโดนใจวัยแซ่บ

สูตรผัดไทยไชยา

สูตรผัดไทยไชยา สูตรอาหารใต้

สูตรผัดไทยไชยา เมนูเส้นแบบง่าย ๆ สูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 1136170 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ไม่ต้องใส่ไข่หรือเนื้อสัตว์อะไร จุดเด่นอยู่ที่น้ำผัดไทย เสิร์ฟกับถั่วงอกดิบ และใบกุยช่าย ลงทุนน้อยแต่อร่อยเกินคุ้ม

ส่วนผสม น้ำผัดไทย

• น้ำพริกเครื่องก๋วยเตี๋ยว 1 กิโลกรัม (สูตรอยู่ด้านล่าง)
• หอมแดง 2 กิโลกรัม
• มะขามเปียก 1/2 กิโลกรัม
• กะทิ 4 กิโลกรัม
• น้ำตาลปี๊บอย่างดี 5 กิโลกรัม
• น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
• กะปิ เล็กน้อย
• เกลือเม็ด เล็กน้อย
• น้ำมันพืช เล็กน้อย

ส่วนผสม น้ำพริกเครื่องก๋วยเตี๋ยว

• พริกแห้งเม็ดใหญ่ 1 กิโลกรัม
• หอมแดง 3 กิโลกรัม
• เกลือเม็ด เล็กน้อย

ส่วนผสม เครื่องก๋วยเตี๋ยวอื่น ๆ

• ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก หรือเส้นหมี่ (ยี่ห้อที่นิยมใช้คือ ตราดอกบัว)
• ถั่วงอกดิบ หรือกะหล่ำปลีซอย
• ใบกุยช่าย

วิธีทำน้ำพริกเครื่องก๋วยเตี๋ยว

• 1. ผ่าพริกแห้งแล้วนำเม็ดออก นำไปแช่น้ำจนนิ่ม เตรียมไว้

• 2. นำหอมแดงไปแช่น้ำแล้วปอกเปลือกออก (เคล็ดลับ : ถ้านำหอมแดงไปแช่น้ำจะทำให้ปอกง่ายและไม่แสบตา)

• 3. ปั่นผสมพริกแห้งที่แช่น้ำจนนิ่มแล้วกับหอมแดง และเกลือเม็ดจนละเอียด เตรียมไว้สำหรับทำน้ำผัดไทย

วิธีทำน้ำผัดไทยไชยา

• 1. ปอกเปลือกหอมแดงออกแล้วนำไปปั่นให้ละเอียด เตรียมไว้

• 2. นำมะขามเปียกมาคั้นกับน้ำ เตรียมไว้

• 3. ใส่กะทิลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟไม่ต้องรอให้เดือด ใส่หอมแดงปั่น น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย กะปิ และเกลือเม็ดลงไป คนผสมให้ละลายเข้ากัน เคี่ยวจนเดือด ชิมรสตามชอบ (ให้รสชาติหวานนำตามด้วยเปรี้ยว และเค็มตามลำดับ) เคี่ยวต่ออีกสักครู่แล้วปิดไฟ (ไม่ต้องเคี่ยวนานเพราะเดี๋ยวกะทิจะแตกมัน) เตรียมไว้ผัดกับเส้น

วิธีทำผัดไทยไชยา

• 1. ผัดเส้นก๋วยเตี๋ยว (1 กิโลกรัม) กับน้ำผัดไทย (1.2 กิโลกรัม) *ถ้าน้ำผัดไทยรสชาติเข้มข้นเกินไปให้ใส่น้ำเปล่าเพิ่มลงไป 1 แก้ว* ผัดจนเส้นสุก

• 2. ตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมกับถั่วงอกดิบ และใบกุยช่าย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

สูตรยำวุ้นเส้น เมนูยำตามสั่ง อร่อยจัดจ้านทำเองได้ไม่ต้องสั่ง สูตรอาหารจานเดียวรสเผ็ดแซ่บ

สูตรยำวุ้นเส้น

สูตรยำวุ้นเส้น ยำวุ้นเส้นเป็นหนึ่งในเมนูยำตามสั่งสุดฮิต

สูตรยำวุ้นเส้น ถ้าอยากทำเองก็ไม่ยากอะไร แค่มีวุ้นเส้นและหมูสับ สูตรนี้ใส่ผงน้ำยำแสนสะดวก ใส่ขึ้นฉ่ายและมะเขือเทศ เพิ่มความเผ็ดจากพริกสดและความเค็มจากน้ำปลา

ส่วนผสม ยำวุ้นเส้น

เนื้อหมูสับ 500 กรัม
ผงปรุงรส
น้ำ (สำหรับรวนหมู)
วุ้นเส้นแช่น้ำ 80 กรัม 2 ห่อ
น้ำเปล่า (สำหรับลวก)
กระเทียมดอง 1 ถ้วย (หรือ 1 ซอง)
ผงน้ำยำ 2 ซอง
พริกสดโขลก 10 เม็ด (ตามความชอบ)
หมูยอหั่นแว่น ปริมาณตามชอบ
ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน 3 กำ (ตามความชอบ)
หอมใหญ่หั่นแว่น 2 หัว (ตามความชอบ)
มะเขือเทศท้อหั่นแว่น 4 ลูก (ตามความชอบ)
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำยำวุ้นเส้น
1. นำหมูสับมารวนให้สุก โดยใส่น้ำเปล่ากับผงปรุงรสนิดหน่อย เพื่อเพิ่มรสชาติให้เนื้อหมู
2. ต้มน้ำเปล่าให้เดือด ใส่วุ้นเส้นลงไปลวกให้สุก แล้วพักไว้ให้เย็น ถ้าใครอยากให้เส้นดึ๋ง ๆ ตลอด หลังจากลวกเส้นเสร็จแล้วให้เอาไปล้างน้ำเย็นสัก 2 น้ำ
3. ต้มน้ำกระเทียมดอง ใส่ผงน้ำยำและพริกสดโขลกคนให้เข้ากัน
4. ใส่หมูสับ วุ้นเส้น หมูยอ ขึ้นฉ่าย หอมใหญ่ และมะเขือเทศลงไปคลุกเคล้ากับน้ำยำ ปรุงรสด้วยน้ำปลา พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

สูตรข้าวคลุกกะปิ ตำรับปักษ์ใต้หอมเคยเครื่องแน่นพร้อมวิธีทำกุ้งหวาน

สูตรข้าวคลุกกะปิ

สูตรข้าวคลุกกะปิ สูตรอาหารจานเดียว

สูตรข้าวคลุกกะปิ กลิ่นหอมหนักมากกับเครื่องเคียงแน่นเว่อร์ ทีเด็ดคือใส่กุ้งหวานตัวใหญ่

เมนูข้าวคลุกกะปิที่ขายทั่วไปรสชาติไม่ถูกปาก ทั้งข้าวคลุกกะปิที่เค็มไป และเครื่องเคียงก็น้อยเว่อร์ ถ้าทำกินเองต้องเริดกว่าแน่นอนค่ะ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำข้าวคลุกกะปิ สูตรจาก คุณมอแกนน้อย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับข้าวคลุกกับกะปิแล้วผัดเพื่อให้กลิ่นหอม หั่นเครื่องเคียงเตรียมจัดจาน เสร็จแล้วทำหมูหวานและกุ้งหวานไซซ์บิ๊ก

ส่วนผสม ข้าวคลุกกะปิ
ข้าวสวยหุงใหม่
กะปิ
น้ำเปล่า
น้ำมันพืช
ผงปรุงรส (จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
ตะลิงปลิง
แตงกวา
พริกหั่น
หอมแดง
ถั่วฝักยาวซอยฝอย
มะม่วงซอย
กุ้งแห้งทอด
ไข่เจียวซอย

ส่วนผสม หมูหวาน
หมูสามชั้นหั่นชิ้น
หอมแดงซอย
น้ำเปล่า
น้ำตาลแว่น
เกลือ
ซีอิ๊วดำ

ส่วนผสม กุ้งหวาน
กุ้งแชบ๊วยใหญ่
น้ำตาลแว่น
น้ำ
เกลือ

วิธีทำข้าวคลุกกะปิ

​​​​► เริ่มต้นจากการเตรียมกะปิเคย มาละลายน้ำและน้ำมันพืช หรือจะปรุงรสด้วยรสดี เพื่อให้ข้าวออกรสเค็มนิด ๆ ก็ได้
► ตักข้าวสวยหุงใหม่มาคลายความชื้นออก และไล่ไอน้ำด้วยพัดลมหรือผึ่งจนข้าวเย็น ต่อมาก็นำกะปิมาคลุกกับข้าวจนเคลือบเม็ดข้าวให้ทั่วก่อนนำไปผัดในกระทะ การผัดจะช่วยให้กะปิมีความหอมขึ้นหลังจากโดนความร้อน วิธีผัดใส่น้ำมันเล็กน้อย รอให้กระทะร้อนแล้วใส่ข้าวลงผัด เอาแค่ได้กลิ่นหอมก็พอ
​​​​► มะม่วงที่ใช้มันเปรี้ยวไม่มาก จึงต้องใช้ตะลิงปลิงช่วย


​​​​► แตงกวา พริกหั่น หอมแดง ถั่วฝักยาวซอยฝอย มะม่วงซอย และกุ้งแห้งทอด เตรียมพร้อมรอไว้
► หมูหวานใช้สามชั้นหั่นรอไว้ ใช้หอมแดงซอยเอาไปเจียวให้เหลืองหอม ก่อนนำหมูลงผัดสักพักพอหนังตึง ใส่น้ำเปล่าสักถ้วย น้ำตาลแว่น เกลือ ซีอิ๊วดำ เคี่ยวจนน้ำงวดแห้ง และน้ำเริ่มข้นเหนียว แล้วชิมรสชาติหวานนำเค็มตาม
► แม่กุ้งเคย เหลือจากขาย เอามาทำกุ้งหวาน กุ้งแชบ๊วยใหญ่ทำกุ้งหวานจะได้ความอร่อยกว่ากุ้งตัวเล็กที่มีแต่เปลือก ตัดกรีกุ้งและหางกุ้งที่แหลมออก
​​​​► ใช้น้ำตาลแว่นเติมน้ำใส่เกลือเคี่ยวจนละลาย
► ใส่กุ้งเคี่ยวต่อจนน้ำแห้งคล้ายกับหมูหวาน เมื่อตักใส่จาน เดินผ่านก็มีความหอมจากกุ้ง
► กุ้งพร้อมแล้วเจียวไข่ต่อ ราดไข่ลงในกระทะบาง ๆ ทิ้งไว้ให้เย็นหั่นฝอย รอเสิร์ฟ
► ตักข้าวมา ตักทุกอย่างเคียงข้าง พร้อมเสิร์ฟ


► ตักเข้าปากคำแรกได้กลิ่นกะปิหอม ๆ ข้าวมีความเค็มอ่อน ๆ มีรสหวานจากน้ำหมูหวานมาแทรก เคี้ยวโดนมะม่วง ตะลิงปลิง ได้รสเปรี้ยวผสม ถั่วฝักยาวกับแตงกวากรุบกรอบ มีความนิ่มจากไข่ฝอย มีความครบรสในปากยามที่เคี้ยว หลังจากกลืน แกะกุ้งหวานกินต่อ

สำหรับใครไม่ยี้กลิ่นของกะปิ อยากให้มาลองทำเมนูข้าวคลุกกะปิสูตรนี้ดูค่ะ เพราะข้าวร่วนและหอมมาก ส่วนเครื่องเคียงก็ครบครัน และเพิ่มกุ้งหวานอีกด้วย ทำครั้งเดียวกินได้ทั้งบ้านเลยจ้า

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

ผัดกะเพราปลาหมึก เมนูรสชาติเข้มข้น หอมอร่อยจัดจ้าน

ผัดกะเพราปลาหมึก

ผัดกะเพราปลาหมึก เมนูรสชาติเข้มข้น

หอมอร่อยจัดจ้าน หอมกลิ่นใบกะเพรามาก ปลาหมึกนุ่มๆ ผัดกับใบกะเพรา หอมอร่อยเข้ากัน รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ

อร่อยเข้ากันมากค่ะ เรามีเคล็ดลับคือ เลือกปลาหมึกที่สดใหม่ ไม่มีกลิ่นเหม็น นำมาล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นๆ พอคำ

เลือกใบกะเพราที่สดๆ มาเด็ดออกเป็นใบๆ แล้วนำมาผัดใส่เครื่องปรุงรสลงไป เราจะได้ผัดกะเพราปลาหมึก รสชาติเข้มข้น อร่อยจัดจ้าน

หวังว่าทุกท่านคงอร่อย กับผัดกะเพราปลาหมึก สูตรอร่อยจัดจ้านของเราน่ะค่ะ

สูตรอาหารไทย

สำหรับ 2 ท่าน
ปลาหมึก 300 กรัม
ใบกะเพรา 50 กรัม
กระเทียม 5 กลีบ
พริกขี้หนู 10 เม็ด
ซีอิ้วดำ ½ ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา
ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีการและขั้นตอนการทำ

1.เลือกปลาหมึกที่สดใหม่ ไม่มีกลิ่นเหม็น ตัวไม่เละ จากนั้นนำปลาหมึก มาล้างน้ำให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นๆ ขนาดพอคำ
2.เลือกใบกะเพราที่สดๆ จากนั้นนำใบกะเพรา มาเด็ดออกเป็นใบๆ จากนั้นล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำออก เตรียมไว้
3.เตรียมเครื่องปรุงรส ได้แก่ ซีอิ้วขาว ซีอิ้วดำ น้ำมันหอย น้ำมันสำหรับผัด น้ำตาลทราย น้ำเปล่า พริกขี้หนู กระเทียม จากนั้นนำพริกขี้หนูกับกระเทียม มาตำพอหยาบๆ เตรียมไว้
4.จากนั้นตั้งกระทะให้ร้อน ใช้ไฟกลาง จากนั้นใส่น้ำมันสำหรับผัดลงไป รอให้น้ำมันร้อน จากนั้นจึงใส่พริกขี้หนูกับกระเทียม ตำพอหยาบๆ ลงไป ผัดให้หอม จากนั้นจึงใส่ปลาหมึกหั่นลงไป ผัดคนๆ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ผัดให้ปลาหมึกสุก
5.จากนั้นใส่เครื่องปรุงรสลงไป ซีอิ้วขาว ซีอิ้วดำ น้ำมันหอย น้ำตาลทราย น้ำเปล่าลงไป ผัดคนคลุกเคล้าให้เข้ากัน
6.จากนั้นใส่ใบกะเพราลงไป จากนั้นคนเร็วๆ คลุกเคล้าให้เข้ากันดี จากนั้นปิดไฟ พร้อมจัดเสิร์ฟ
7.จัดเสิร์ฟ ผัดกะเพราปลาหมึกร้อนๆ รสชาติเข้มข้น หอมอร่อยจัดจ้าน หอมกลิ่นใบกะเพรามาก ปลาหมึกนุ่มๆ ผัดกับใบกะเพรา หอมอร่อยเข้ากันมาก
8.ผัดกะเพราปลาหมึกหอมๆ รสชาติเข้มข้น หอมอร่อยจัดจ้าน หอมกลิ่นใบกะเพรามาก ปลาหมึกนุ่มๆ ผัดกับใบกะเพรา หอมอร่อยเข้ากันมาก
ผัดกะเพราปลาหมึกหอมๆ รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ รสชาติเข้มข้น อร่อยจัดจ้าน หอมกลิ่นใบกะเพรามาก ปลาหมึกนุ่มๆ ผัดกับใบกะเพรา หอมอร่อยเข้ากันมากค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thai-thaifood.com

อังโกะนาเบะ อาหารสุขภาพ เมนูปลา พร้อมวิธีทำแบบง่ายๆ

อังโกะนาเบะ 

อังโกะนาเบะ วิธีทำอังโกะนาเบะ ปลาหม้อไฟ สูตรอาหาร เมนูแกง เมนูปลา

อังโกะนาเบะ อาหารสุขภาพ เหมาะสำหรับเป็น อาหารลดน้ำหนัก อาหาร สำหรับ ลดความอ้วน อาหารญี่ปุ่น เมนูสุขภาพ

อาหารยอดนินมสำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ อาหารญี่ปุ่น เมนูปลาหม้อไฟ เอาใจสาวๆ คนกล้วอ้วน จัดว่าเป็น อาหารคลีน คือ อังโกะ นาเบะ เคล็ดลับความอร่อยของอาหารเมนูนี้ อยู่ ที่ เนื้อปลาสดๆ น้ำซุปหวานๆ ผักสดๆ และ น้ำจิ้มรสเด็ด อาหารญี่ปุ่น จะเน้นเนื้อปลาเสียเป้นส่วนมาก เนื่องจากภูมิประเทศเป็นเกาะติดทะเล อาหารทะเลที่มีมากที่สุดคือ เนื้อปลา เมนูปลา จึงมามากมาย ซึ่งอังโกะนาเบะ ก็คือ อีกหนึ่งอาหารแนะนำสำหรับวันนี้

สูตรอังโก๊ะนาเบะ อาหารญี่ปุ่นยอดนิยม  ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่ายเหมาะสำหรับ คนรักการทำอาหาร เมนูปลา

ส่วนผสมสำหรับทำอังโกะนาเบะ

-เนื้อปลา หั่นเป็นชิ้นพอคำ 5-8 ชิ้น
-เห็ดโคน หั่นครึ่ง 5-10 หัว
-แครอท หั่นเป็นชิ้น 5-10 ชิ้น
-เห็ดมาริตา เกะหั่นเป็นชิ้นพอคำ 5-10 ชิ้น
-ต้นหอมญี่ปุ่น หั่นเป็นท่อน 1 ต้น
-ซอสมิโซะ 5 ช้อนโต้ะ
-สาหร่ายญี่ปุ่น หั่นเป็นชิ้น 5-10 ชิ้น
-สาเก 5 ช้อนโต้ะ
-น้ำซุปกระดูกหมู 3 ลิตร

อังโกะนาเบะ 
วิธีทำ อังโกะนาเบะ

-ต้มน้ำซุปกระดูก ใส่ สาเก มิโซะ ลงไป จากนั้น เมื่อน้ำเดือด ก็ นำเนื้อปลาลงไปลวก ให้สุก จากนั้นนำขึ้นมาพักไว้ก่อน
-จากนั้นใส่ ผัก และ ส่วนผสมที่เหลือทั้งหมด ลงไปต้ม จากนั้นเสริฟ ใส่ชาม หรือ หม้อไฟ ใส่ปลาที่ลวกไว้แล้วด้านบนอังโกะนาเบะ
เคล็ดลับการทำอังโกะนาเบะ

-น้ำซุป ใช้ น้ำซุปต้มกระดูกหมู ที่ เคี้ยวจนหวาน อร่อย เทคนิคการทำน้ำซุปกระดูก คือ ต้มน้ำกับกระดูกหมู และใส่เกลือ เพิ่มความกลมกล่อม เคี้ยวด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณ 6 ชั่วโมง จะได้ น้ำซุปที่อร่อย
-สำหรับ น้ำซุปของอังโกะนาเบะ นั้น จะต้องใส่ หอมญี่ปุ่น สาเก และมิโซะ ลงไป จะได้รสชาติของ น้ำซุปอังโกะนาเบะ แสนอร่อย
-เนื้อปลา ให้ใช้ เนื้อปลาสดๆ ต้องเป็น ปลาสด และ ล้างให้สะอาด จะได้ เนื้อปลาที่อร่อยที่สุด
สำหรับ อังโกะ นาเบะ เราเรียกอีกชื่อ ว่า จังโกะนาเบะ เป็น อาหารญี่ปุ่น แบบโบราณ อาหารพื้นเมืองของชาวญี่ปุ่น อาหาร ที่สืบทอดต่อกันมาของวงการซูโม่ เดิมทีนั้น จังโกะนาเบะ หรือ อังโกะนาเบะ จะนำผัก เนื้อไก่ เนื้อปลา ลงต้มให้สุกใน น้ำซุปโครงไก่ ในปัจจุบัน สามารถใช้หลาย สูตรน้ำซุป สร้างความเพลิดเพลิน กับรสชาติที่หลากหลาย

สูตรปลาหม้อไป แบบญี่ปุ่น เป็น สูตรอาหาร แบบง่ายๆ น้ำซุปแบบญี่ปุ่น เนื้อปลาสดๆ ผัดสดๆ นำไปต้มรวมกัน เป็น อาหารสุขภาพ สำหรับ คนกินคลีน อาหารคลีน สำหรับการลดน้ำหนัก

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com