แกงปลาใส่ตูน แกงตูน อาหารเหนือ เมนูปลา แบบง่ายๆพร้อมวิธีทำ

แกงปลาใส่ตูน

แกงปลาใส่ตูน  คือ อาหารของกลุ่มชาติพันธุ์ยวน อาหารพื้นเมืองล้านนา เมนูปลา

แกงปลาใส่ตูน วิธีทำแกงปลาใส่ตูน ง่ายๆ สามารถทำกินเองได้ แกงปลา ปลาทำอะไรกินได้บ้าง เมนูบ้านนา แกงตูน ตูนคืออะไร อร่อยมีประโยชน์

อาหาร อร่อยๆ เมนูแนะนำ สำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ อาหารพื้นบ้าน เมืองเหนือ คือ แกงปลาใส่ตูน หรือ ชาวเหนือ เรียก แกงตูน วิธีทำแกงปลาใส่ตูน แกงปลา วิธีทำ อาหารเหนือ เมนูแกงเหนือ สอนทำแกงปลาใส่ตูน ปลาทำอะไรกินดี อาหารไทย 4 ภาค อาหารของกลุ่มชาติพันธุ์ยวน. ปลาที่หาได้จากแม่น้ำโขงมีมากมายหลายชนิด แต่ละชนิดล้วนมีรสชาติต่างกันขึ้นอยู่กับความสด หนึ่งใน อาหารพื้นบ้านล้านนา เมนูบ้านนา

แนะนำเมนู ” แกงตูน ” ซึ่งเป็น เมนูอาหารพื้นบ้านของทางภาคเหนือ ที่มี รสชาติอร่อย และเป็น ประโยชน์ต่อสุขภาพ อาหารง่ายๆ สำหรับวันนี้ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรัก การทำอาหาร เมนูปลา

ส่วนผสมสำหรับทำแกงปลาใส่ตูน

-ปลาช่อน หั่นเป็นชิ้น 1 ถ้วย
-ตูนหั่นเป็นท่อน 2 ถ้วย
-น้ำมะนาว 1 ช้อนโต้ะ
-น้ำมะกรูด 1 ช้อนโต๊ะ
-ใบโหระพา 1 กำมือ
-มะเขือเทศ หั่นครึ่ง 5 ลูก
-น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
-เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
-น้ำซุป 4 ถ้วย
-น้ำมันพืช 2 ช้อนโต้ะ
-พริกสด 10 เม็ด
-หอมหัวแดง 5 หัว
-กระเทียม 2 หัว
-กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
-ปลาร้าสับ 1 ช้อนโต๊ะ
-ขมิ้น 2 ช้อนชา

แกงปลาใส่ตูน
วิธีทำแกงปลาใส่ตูน

-เตรียมเครื่องแกง โดย โขลก พริก หอมหัวแดง กระเทียม กะปิ ปลาร้า และขมิ้น ให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน
-ตั้งกระทะน้ำมัน นำเครื่องแกงลงไปผัด ให้สุก จากนั้นเติมน้ำซุปลงไป
-เมื่อน้ำเดือดจัด ให้ใส่ปลาลงไปต้ม ตามด้วย ตูน ใบโหระพา มะเขือเทศ
-ลดความร้อน ปรุงรสด้วย เกลือ น้ำปลา น้ำมะนาว และ น้ำมะกรูด
-เสริฟใส่ชามพร้อมรับประทาน กับข้าวง่ายๆ เมนูแกงเหนือ สูตรแกงปลาใส่ตูน
เคล็ดลับการทำแกงตูน

-เนื้อปลา สำหรับเมนูนี้ เลือกใช้ ปลาช่อน ให้เลือกใช้ปลาช่อนนา เนื้อปลาช่อนนา จะเน่นกว่าปลาช่อนเลี้ยง ใหเลือกปลาที่สดๆ โดยสังเกตุจาก ความสมบูรณ์ของตัวปลา ลักษณะสีของปลา เหงือก แดง ตาปลาใส เนื้อไม่ยุ่ย ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า
-การล้างปลา เป็น ขั้นตอนสำหรับการเตรียมอาหาร ต้องล้างปลาให้สะอาด จะทำให้ปลาไม่คาว การล้างปลา นั้น ให้ใช้แป้งมันถูที่ตัวปลา แป้งมันจะจับเมือกปลา ทำให้ล้างออกง่าย จากนั้นนำไปล้างด้วยเกลืออีกครั้งหนึ่ง
-พริกแกงสำหรับใส่ในแกงปลา ส่วนประกอบสำคัญ คือ ขมิ้น ซึ่งหากต้องการขมิ้นกลิ่นหอมแบบพิเศษ ใช้ขมิ้นใต้ จะมีกลิ่นหอมที่พิเศษ กว่าขมิ้นทั่วไป
-หอมแดง และ กระเทียม ก่อนนำมาโขรกพริกแกง นั้น ให้นำไปคั่วในกระทะก่อน ความร้อนของกระทะ ช่วยให้ หอมแดงและ กระเทียม ส่งกลิ่นหอมมากขึ้น และทำให้อาหารมีความหวานมากขึ้น
-กระเทียม ใช้ กระเทียมไทย เนื่องจากกระเทียมไทย มีกลิ่นหอม เหมาะสำหรับนำมาทำแกงตูน
-การต้มปลาช่อน นั้น …

ทอดมันกุ้ง สูตรอาหารแบบง่ายๆ เมนูทอดทานกับน้ำจิ้มบ๋วย

ทอดมันกุ้ง

ทอดมันกุ้ง เมนูทอดมัน กุ้งทำอะรไกินได้บ้าง กุ้งทำอะไรกินดี กับข้าวจากกุ้ง

ทอดมันกุ้ง วิธีทำทอดมันกุ้ง อาหารง่ายๆ เมนูกุ้ง เมนูทอด การหมักเนื้อกุ้งสำหรับทอดมีเคล้ดลับอย่างไร

อาหารยอดนิยมสำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ อาหารทอด แบบง่ายๆ ทำจากเนื้อกุ้ง  เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ การคัดเลือกเนื้อกุ้ง การหมักกุ้ง และ เทคนิคการทอด ซึ่งทอดมันกุ้งต้อง กรอบนอก เนื้อกุ้งแน่น มีรสชาติ ยิ่ง จิ้มน้ำจิ้มหวานๆ อย่าง น้ำจิ้มบ๋วย หรือ ซอสพริก เรียกว่า เป็น อาหารถูกใจคนทุกวัยเลยทีเดียว ทอดมันกุ้ง อาหารง่ายๆ เมนูกุ้ง ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร

ส่วนผสมสำหรับทำ ทอดมันกุ้ง

-เนื้อกุ้งบด 500 กรัม
-น้ำมันพืช สำหรับทอด 2 ถ้วยตวง
-รากผักชี บด 1 ช้อนโต้ะ
-พริกไทยป่น 1 ช้อนโต้ะ
-กระเทียม บด 1 ช้อนโต้ะ
-มันหมู บด 100 กรัม
-เกลือ 1 ช้อนชา
-น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
-ไข่ขาว 1 ฟอง

ทอดมันกุ้ง
วิธีทำทอดมันกุ้ง

-นำเนื้อกุ้งมาผสมกับมันหมูให้เข้ากัน จากนั้นปรุงรสด้วย รากผักชี กระเทียม พริกไทย เกลือ และ น้ำตาล นวดให้เข้ากัน จากนั้นใส่ไข่ขาวลงไปนวดด้วย หมักไว้ประมาณ 30 นาที
-ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อนปานกลาง จากนั้นปั้นเนื้อกุ้งที่หมักไว้แล้วให้เป็นก้อนพอคำ นำลงไปทอดสังเกตุพอเหลืองสุกก็นำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
-เสริฟใส่จานทานกับน้ำจิ้มบ่วย ทอดมันกุ้ง
เคล็ดลับการทำทอดมันกุ้ง

-กุ้ง ต้องเลือกกุ้งที่สดๆ การสังเกตุกุ้งสดๆ นั้นดูได้จาก ลักษณะความสมบูรณ์ของตัวกุ้ง เปลือกติดเนื้อดี เนื้อกุ้งแน่นตึง ไม่มีกลิ่นเน่า
-การเตรียมเนื้อกุ้ง ให้แกะเปลือก แกะหัว และ แกะหาง เอาเฉพาะเนื้อ จกานั้น นำไปโขรกให้เนื้อละเอียด แนะนำว่าใช้การโขรกจะดีกว่าการปั่น เนื่องจาก โขรกเนื้อกุ้งจะละเอียด ส่วนการปั่นเนื้อกุ้งจะเป็นเม็ดๆ
-การหมักเนื้อกุ้ง ต้องผสมมันหมูลงไปด้วย เนื่องจาก มันหมู จะเพิ่มความนุ่ม และ มัน ให้กับเนื้อกุ้ง เนื้อกุ้งจะแข็งๆ หากผสมมันหมุลงไป จะทำให้เนื้อทอดมันกุ้งนุ่มขึ้น
-ไข่ไก่ จะเป็นเทคนิคหนึ่งของการทำทอดมันกุ้ง ไข่ไก่ จะมีคุณสมบัติในการช่วยจับตัวของเนื้อกุ้งจับตัวเป็ยก้อนได้ หากไม่มีไข่ไก่ เวลานำไปทอด จะไม่เป็นก้อน
-การปั้นทอดมัน ไม่ต้องปั่นหนามาก เนื่องจาก เวลานำไปทอด หากหนามาก ทอดมันจะไม่สุกถึงด้านใน
-รากผักชี กระเทียม และ พริกไทย เป็น เครื่องหมักแบบธรรมชาติ ตัวปรุงรสแต่งกลิ่น อาหาร เคล็ดลับของอาหารไทย รากผักชี กระเทียม และ พริกไทย ให้ใช้อัตราส่วนที่เท่ากัน
-การปรุงรสสำหรับ เมนูนี้ ไม่ใช้น้ำปลา คือ ความเค็มของเมนูนี้ ให้เลือกใช้เกลือแทน เนื่องจากน้ำปลามีน้ำมากจะทำให้ทอดมันไม่จับตัวเป็นก้อน
-การทอด นั้น ให้ใช้น้ำมันพืช ใหม่ ปริมาณให้ท่วมทอดมัน ไฟปานกลาง แต่น้ำมันร้อน การใช้ไฟ เป็นเทคนิคการทำอาหารทอด น้ำมันที่ร้อนทำให้อาหารไม่อมน้ำมัน ไฟปานกลาง ทำให้อาหารสุดถึงเนื้อใน โดยที่ด้านนอกกรอบพอดี

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com…

สลัดถั่วเลนทิล-ชิกพี อิ่มเบา ๆ ได้โปรตีน พ่วงสูตรน้ำสลัดไม่อ้วน

สลัดถั่วเลนทิล

สลัดถั่วเลนทิล ชวนคนลดความอ้วนมาบริหารเหงือกและฟันกันด้วยเมนูสลัดถั่วเคี้ยวหนึบ พร้อมผักสลัดสด ๆ กับน้ำสลัดไม่อ้วน อิ่มอร่อยไม่หนักท้อง 

สลัดถั่วเลนทิล สาว ๆ ที่กำลังมองหาเมนูสลัดสำหรับมื้อเย็น ถ้าเบื่อผักสลัดล้วน ๆ ก็เพิ่มเติมโปรตีนจากถั่วลงไปดีไหม ขอนำเสนอวิธีทำสลัดถั่ว (Lentil and Chickpea Salad) สูตรจาก นิตยสาร @Kitchen จับถั่วผสมผสานกับผักสลัด ราด น้ำสลัด รสเปรี้ยวหวาน กินอิ่มนอนหลับสบาย

Lentil and Chickpea Salad สลัดที่รวมความหนึบของถั่ว ความสดกรอบของผักสลัด รสเปรี้ยวอมหวานของน้ำสลัดตัดด้วยรสเค็มของชีสในจานเดียว

ส่วนผสม สลัดถั่ว (สำหรับ 2-3 ที่)

• ถั่วเลนทิลสุก (Lentil) 1+1/2 ถ้วย
• ถั่วชิกพีสุก 1 ถ้วย
• แรดิช 2 หัว
• เฟต้าชีส 1/3 ถ้วย
• ผักสลัด 2 ถ้วย
• น้ำเลมอน 1/4 ถ้วย
• ดิจองมัสตาร์ด 1+1/2 ช้อนชา
• น้ำผึ้ง 3 ช้อนชา
• กระเทียมสับ 1 กลีบ
• น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
• เกลือ
• พริกไทย

สลัดถั่วเลนทิล

วิธีทำสลัดถั่ว

1. ทำน้ำสลัด โดยผสมน้ำเลมอน ดิจองมัสตาร์ด น้ำผึ้ง กระเทียมสับ และน้ำมันมะกอก คนให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย
2. ผสมเลนทิล ชิกพี และแรดิชสไลซ์เป็นชิ้นบาง ๆ เข้าด้วยกัน เทน้ำสลัดลงไป คนให้เข้ากัน สามารถปรุงรสเพิ่มด้วยเกลือและพริกไทย
3. จัดผักสลัดใส่จาน เทส่วนผสมเลนทิลลงไป แล้วโรยหน้าด้วยเฟต้าชีส

เคล็ดลับ : ถ้าใช้เลนทิลและชิกพีดิบ ให้นำถั่วทั้ง 2 ชนิดไปแช่น้ำอย่างน้อย 6 ชั่วโมงหรือข้ามคืน แต่ถ้าเวลามีจำกัดสามารถแช่ในน้ำร้อนประมาณ 1 ชั่วโมงแทนได้

ใครที่อยากได้เมนูสลัดสำหรับมื้อเย็น มาลองทำสลัดถั่วกันดีไหม พ่วงสูตรน้ำสลัดทำเอง ถ้ากินตอนแช่เย็นรับประกันความฟิน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com…

เส้นบุกผัดกิมจิ สูตรอาหาร เมนูเส้นบุก ช่วยลดน้ำตาลในเลือด

เส้นบุกผัดกิมจิ

เส้นบุกผัดกิมจิ วิธีทำเส้นบุกผัดกิมจิ เส้นบุกผัดกิมจิ อาหารเกาหลี เมนูเส้น เส้นบุกผัดกับกิมจิ

เส้นบุกผัดกิมจิ อาหารลดน้ำหนัก เมนูสุขภาพ กินแล้วไม่อ้วน อาหารสำหรับคนเป็นโรคเบาหวานกิมจิผัดเส้นบุก เมนูเส้น เมนูผัด

อาหารยอดนิยมสำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ อาหารเกาหลี เมนูผัด สำหรับคนกิรคลีน เส้นบุกผัดกิมจิ หรือ กิมจิผัดเส้นบุก เคล็ดลับความอร่อย อยู่ที่การเลือกวัตถุดิบที่สดใหม่ และ การเตีรยมอาหาร ที่สำคัญที่สุดการปรุงรสชาติให้อร่อย วิธีทำ อาหารเกาหลี เมนูเส้น นำเส้นบุกมาผัดกับกิมจิ อาหาร สำหรับลดน้ำหนัก อาหารสุขภาพ ไม่ทำให้อ้วน สามารถกินได้ดี บุก เป็น สมุนไพรชนิดหนึ่ง ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะกับ คนเป็นโรคเบาหวาน

สูตร อาหารผัด เมนูเส้น อาหารคลีน ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรัก การทำอาหาร อาหารคลีน

ส่วนผสมสำหรับทำเส้นบุกผัดกิมจิ

กิมจิ 1 ถ้วย
เส้นบุก 1 ถ้วย
ไข่ไก่ 1 ฟอง
ลูกชิ้นปลา ผ่าครึ่ง 5 ลูก
ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต้ะ
น้ำตาล 2 ช้อนชา
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
น้ำมัน สำหรับผัด 1 ช้อนชา

เส้นบุกผัดกิมจิ

วิธีทำเส้นบุผัดกิมจิ

ลวกเส้นบุก ให้สุก จากนั้นนำมาพักไว้ก่อน
ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน ใส่ไข่ลงไปผัด จากนั้นใส่เส้นบุกลงไป ปรุงรสด้วย ซอสถั่วเหลือง น้ำตาล พริกไทย
จากนั้นใส่ ลูกชิ้นปลา และ กิมจิ ลงไปผัด ให้ส่วนผสมเข้ากัน เส้นบุผัดกิมจิ กับข้าวง่ายๆ เมนูเส้นบุก
เคล็ดลับ การทำเส้นบุกผัดกิมจิ

เส้นบุก ให้แช่น้ำก่อน ให้เส้นอมน้ำ เวลานำไปลวกจะทำให้เส้นนุ่มอร่อยมากขึ้น
เส้นบุก เมื่อลวกเสร็จแล้ว ให้นำไปแช่ในน้ำแข็ง ให้เส้นมันหดตัว จะได้เส้นบุกที่ เหนียวนุ่ม อร่อย
น้ำมันที่ใช้ในการผัด ให้ใช้น้ำมันที่ใหม่ ไม่ให้นำน้ำมันเก่ามาใช้ผัด เนื่องจากน้ำมันเก่า มีกลิ่นของอาหาร ทำให้เสียรสชาติ ของ ผัดเส้นบุก
ลูกชิ้นปลา ที่ใช้ในการนำมาผัด ใน เมนูผัดเส้นบุก นั้น ให้นำไปลวกก่อนนำมา ผัด เนื่องจาก บางครั้ง ลูกชิ้นปลาจะมี เมือกไขมัน ติดมาด้วย มีกลิ่น ทีีทำให้ รสชาติของ ผัดเส้นบุกกิมจิ เปลี่ยน
บุก เป็น สมุนไพร ชนิดหนึ่ง ซึ่ง หัวของบุก จะเป็นแป้ง ซึ่ง นักวิทยาศาสตร์ศึกษาและพบว่า หัวบุก มีสารที่ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ได้ดี บุก จึงจักเป็น อาหารสุขภาพ ที่เหมาะกับ คนลดความอ้วน และ ผู้เป็นโรคเบาหวานเป็น อาหาร เมนูประยุกต์ แบบง่ายๆ สำหรับ คนรักสุขภาพ และ ชอบกินกิมจิ เมนูบุกลดความอ้วน เมนูสไตล์เกาหลี ให้ความรู้สึกไม่น่าเบื่อกับรสชาติที่ดูจัดจ้าน แถมยังให้ อาหารพลังงานต่ำ สูตรอาหารสำหรับ คนชอบทำอาหาร ทำอาหารกิน ในครอบครัว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com/

หมูกอร์ดองเบลอ (Pork Cordon Bleu) สูตรอาหารสุดง่าย อร่อยได้แบบไม่น่าเชื่อ

หมูกอร์ดองเบลอ

หมูกอร์ดองเบลอ อาหารทำง่ายให้กับมือใหม่หัดเข้าครัว แต่ละเมนูน่ากินจนไม่น่าเชื่อว่าทำง่ายจริง ๆ

หมูกอร์ดองเบลอ ทำง่ายจนเรานึกไม่ถึงอีกด้วย ถ้าพร้อมแล้วก็เข้าครัวไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

ส่วนผสม หมูทอดกอร์ดองเบลอ

• หมูสันนอก หั่นเป็นชิ้น น้ำหนักชิ้นละ100-120 กรัม จำนวน 2 ชิ้น
• เกลือป่น และพริกไทยป่น
• ไข่ไก่ 1 ฟอง (ตีจนเข้ากัน)
• แป้งสาลีอเนกประสงค์
• เกล็ดขนมปัง
• แฮม 1 แผ่น
• เชดด้าชีส
• น้ำมันสำหรับทอด
• ไม้จิ้มฟัน

หมูกอร์ดองเบลอ

วิธีทำหมูทอดกอร์ดองเบลอ

1. นำหมูสันนอกหั่นตามขวางแบบสเต็ก หนา 1.5-2 ซม. (จะใช้ค้อนทุบสเต็กทุบเพิ่มความนุ่ม และขนาดของชิ้นให้ใหญ่ ๆ ขึ้นก็ได้นะคะ แต่ถ้าไม่ทุบก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะหมูสันนอกไม่แข็งอยู่แล้ว)
2. นำสันนอกสเต็กที่หั่นแล้ว ใช้มีดคม ๆ แล่แผ่ออกเป็นปีกผีเสื้อ สำหรับใส่ชีสและแฮม จากนั้นนำชีสและแฮมหั่นตามขนาดของชิ้นหมู วางใส่ลงไปตรงกลางบริเวณที่เราแล่ออก และปิดทับ โดยใช้ไม้จิ้มฟันกลัดหัวท้ายและตรงกลางเพื่อไม่ให้ชีสเยิ้มออกมาขณะทอด
3. โรยเกลือป่น และพริกไทยป่น เล็กน้อยทั้งสองด้าน
4. นำไปคลุกแป้งสาลีให้ทั่วบาง ๆ รอบชิ้นหมู แล้วนำไปชุบไข่ ตามด้วยชุบเกล็ดขนมปังทั้งสองด้าน
5. ทอดในน้ำมันร้อนไฟปานกลาง จนสุกเหลืองน่ารับประทาน ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมันในแนวตั้ง (ทิ้งไว้สัก 2-3 นาที ให้ชีสเซตตัว เวลาหั่นชีสจะได้ไม่เยิ้มออกมาเลอะไม่สวย แต่ถ้าใครชอบชีสที่กำลังละลายเยิ้ม ๆ ก็หั่นเสิร์ฟได้เลยค่ะ)

หมายเหตุ : กินคู่กับ ซอสบาร์บีคิว มัสตาร์ด หรือซอสมะเขือเทศ ก็ได้ตามชอบเลยจ้า ^^ แนมด้วยผักสลัดเพื่อเพิ่มคุณค่าวิตามินให้กับเมนูนี้สักนิด อร่อยครบเลยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/