เมนูผัดสะตอปลา อาหารใต้เมนูปลา มีประโยชน์ และอร่อย

เมนูผัดสะตอปลา

เมนูผัดสะตอปลา

เมนูผัดสะตอปลา เคล็ดลับการทำผัดสะตอ  สะตอ ให้เลือดสะตอสดๆ และ นำมาล้างให้สะอาด ก่อนนำมารับประทาน
กะปิ ใช้ กะปิระยอง จะมีรสชาติเค็ม อร่อย
การเลือกปลา ให้เลือกใช้ปลาสดๆ โดย เทคนิคการเลือกปลา ให้ดูที่ตาปลา ต้องใส เหงือกแดง และ เนื้อแน่น เด้งตึง สภาพปลาภายนอกสมบุรณ์ และ เมื่อได้ปลา มาแล้วให้ล้างให้สะอาด อย่าให้เหลือเมือกและเลือดติดกับตัวปลา จะทำให้ปลาไมคาว
การทำอาหารประเภทเนื้อปลา เนื้อปลา มีลักษณะสุกง่าย และ เละง่าย พร้อมกับมีความคาว เทคนิคการทำ คือ ให้นำปลามาล้างให้สะอาด จากนั้น ทำให้เนื้อปลาสุกก่อน โดยต้มน้ำใส่ตะไคร้ ข่า และ นำเนื้อปลาลงไปลวกให้สุก จะทำให้ความคาวไม่ติดกับอาหาร และ เมื่อได้เนื้อปลาสุก ให้นำไปคลุกกับอาหาร เบาๆ เพื่อไม่ให้เนื้อปลาแตก

เมนูผัดสะตอปลา

ส่วนผสม

เนื้อปลาช่อน 10-15 ชิ้น หั่นให้เป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
สะตอ 10-15 เม็ด นำมาผ่าครึ่ง
หอมแดงหัวแดง 1 หัว นำมาซอย
กระเทียม 2-3 กลีบ นำมาซอย
พริกขี้หนูสวน 5-6 เม็ด นำมาซอย
กะปิ 1 ช้อนชา
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
ใบมะกรูดซอย 3 ใบ
น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช สำหรับผัด 2 ช้อนโต้ะ

วิธีทำ

เริ่มจากการล้างปลาให้สะอาดก่อน และนำมา ลวกในน้ำเดือด ให้สุก และ นำมาพักเอาไว้ก่อน
ทำพริกแกง โดยเตรียมครก ใส่ พริกขี้หนูสวน หอมหัวแดง กระเทียม และ กะปิ นำมาโขรกให้ละเอียด
เริ่มผัด โดย ตั้งกระทะใส่น้ำมัน รอให้ร้อน จากนั้น ใส่พริกแกงลงไปผัด ผัดให้หอม
จากนั้น ใส่ สะตอและใบมะกรูดลงไปผัด ปรุงรสด้วย น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา เติมน้ำลงไปนิดหน่อย ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน และ ชิมรสชาติให้ได้รสชาติที่ต้องการ
จากนั้น ใส่ปลาลงไป และ ผัดเบาๆ ปิดไฟ และ เสริฟใส่จานพร้อมรับประทาน…

ขนมเรไรหน้าปูสูตรแม่มณี เคล็ดลับ แป้ง ที่ใช้ทำให้ผสมน้ำจากนั้นนำมากรองด้วยผ้าขาวบางให้เอาเศษตะกอนออกและทำให้แป้งผสมเข้ากัน

ขนมเรไรหน้าปูสูตรแม่มณี

ขนมเรไรหน้าปูสูตรแม่มณี

ขนมเรไรหน้าปูสูตรแม่มณี เคล็ดลับ แป้ง ที่ใช้ทำให้ผสมน้ำจากนั้นนำมากรองด้วยผ้าขาวบางให้เอาเศษตะกอนออกและทำให้แป้งผสมเข้ากัน จะได้เนื้อแป้งที่นวล น่ารับประทาน
เนื้อสัตว์ ที่ใช้ทำต้องใช้เนื้อสัตว์ที่มีความสด จะทำให้รสชาติของอาหารอร่อยอย่างธรรมชาติ
ใน การเคี่ยวน้ำกะทิ ให้เคี้ยวจนน้ำกะทิแตกมันจะได้น้ำราดที่หวานมันอร่อย
เนื้อกุ้ง และ เนื้อปู ที่จะนำไปโขรกให้นำไปลวกให้สุกก่อน จะทำให้เนื้อแห้งเวลาโขรกจะได้ไม่มีน้ำมาก
การผัดแป้ง ให้ผัดด้วยความร้อนอ่อนๆ และให้แป้งสุดและร่อนออกจากกระทะ แสดงว่าแป้งสุกพร้อมนำมาบีบแล้ว

ขนมเรไรหน้าปูสูตรแม่มณี

ส่วนผสม

แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วยตวง
แป้งท้าวยายม่อม 2 ช้อนโต้ะ
น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
กะทิ 2 ถ้วยตวง
เนื้อปู 3 ช้อนโต้ะ
เนื้อกุ้ง 3 ช้อนโต้ะ
ถั่วเขียวผ่าซีกนึ่ง 2 ช้อนโต้ะ
หอมเจียว 2 ช้อนโต้ะ
กระเทียมเจียว 2 ช้อนโต้ะ
ถั่วเขียว คั่วป่น 2 ช้อนโต้ะ
พริกป่น ละเอียด 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
น้ำมะขามเปี๊ยก 1 ช้อนโต้ะ
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต้ะ
น้ำมะกรูด 1 ช้อนโต้ะ

วิธีทำ

ผสม แป้งข้าวเจ้า แป้งท้าวยายม่อม ผสมกับน้ำ ละลายให้เข้ากัน จากนั้นนำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง
นำแป้งไปผัดในกระทะให้แป้งจับตัวเป็นก้อน จากนั้นนำแป้งไปบีบในแท่นพิมพ์ให้เป็นก้อนเส้น
นำไปนึ่งด้วยหม้อหนึ่งเดือดจัด 2 นาที จะได้ แป้งเรไร พร้อมรับประทาน
เตรียมทำน้ำราด ด้วยการโขรก กระเทียมเจียว หอมเจียว เนื้อกุ้ง เนื้อปู ถั่วเขียวนึ่ง และ ถั่วเขียวคั่ว โขรกให้ส่วนผสมทั้งหมดละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน
ตั้งกระทะเคี่ยวน้ำกะทิให้แตกมัน จากนั้นใส่เนื้อที่โขรกเอาไว้แล้วลงไปผัด ปรุงรสด้วย น้ำตาล น้ำปลา น้ำมะขามเปี๊ยก น้ำมะนาวและน้ำมะกรูด เคี้ยวสักพัก ก็สามารถนำไปราดหน้าแป้งเรไรรับประทานได้
จัดจาน ราดนำราดบนแป้งเรไรแต่งหน้าด้วยผักชีโรยหน้า พร้อมรับประทาน ขนมเรไรหน้าปู แสนอร่อย

ในเนื้อปู และ เนื้อหอยมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก รวมไปถึงวิตามินที่มีประโยชน์ มากมาย แต่ก็มีคาร์โบไฮเดรตอยู่ถึง 2% ซึ่งทำให้เป็นอุปสรรค ถึงอยากทานมากก็ต้องยับยั้งใจค่ะ อย่างไรก็ตาม นาน ๆ ทานที ก็ไม่เป็นไรค่ะ  อาหารทะเลมีไอโอดีนอยู่สูงถึง 54 ไมโครกรัมต่ออาหารที่กินได้ 100 กรัม ถึงแม้ว่าธาตุไอโอดีนจะเป็นธาตุที่ร่างกายต้องการน้อยมาก แต่หากได้รับไม่เพียงพอจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาอย่างมากมายทีเดียว ซึ่งโรคที่เกิดจากการขาดสารไอโอดีน เช่น โรคคอหอยพอก สมองทำงานไม่ปกติ พัฒนาการ และการเรียนรู้ช้า และหากในขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ได้รับไอโอดีนน้อยเกินไป ลูกในท้องก็อาจจะเติบโตช้า และเสี่ยงต่อภาวะพิการ…

สูตรเด็ดแกงเผ็ดไก่ฟักทอง ะ พริกแกงเผ็ด หอม โดย น้ำมันจากกะทิจะช่วยให้แกงเผ็ดหอม

สูตรเด็ดแกงเผ็ดไก่ฟักทอง

สูตรเด็ดแกงเผ็ดไก่ฟักทอง

สูตรเด็ดแกงเผ็ดไก่ฟักทอง ฟักทอง ให้เลือกซื้อฟักทองสดๆ โดยเทคนิคการเลือกซื้อฟักทอง คือ เนื้อผิวฟักทองแข็ง สะอาดไม่มีดินเกาะ จุกของฟักทองยังมีอยู่ ฟักทองที่สดๆจะทำให้ได้เนื้อฟักทองที่อร่อย
สำหรับคนที่ต้องการให้ฟักทองสุกเร็วขึ้น สามารถนำเอาฟักทองไปต้มให้สุกก่อนนำไปผสมในแกงเผ็ดก็ได้
เนื้อไก่ เลือกใช้ส่วนเนื้อน่อง หรือ สะโพก จะได้เนื้อที่มีความนุ่ม เวลาอยู่ในแกงเผ็ดเนื้อไก่จะไม่แข็งกระด้าง
ใบมะกรูด ให้เอาแกนใบออก เพราะ แกนใบมะกรูด จะขม ไม่น่ารับประทาน
การผัดแกงเผ็ด สำคัญคือ ขั้นตอนการผัดหัวกะทิกับพริกแกง ต้องผัดจนหัวกะทิแตกมัน และ พริกแกงเผ็ด หอม โดย น้ำมันจากกะทิจะช่วยให้แกงเผ็ดหอม น่ารับประทาน
ใบมะกรูดและใบโหระพา ให้ใส่ขั้นตอนสุกท้าย จะทำให้แกงเผ็ดมีกลิ่นหอม หากใส่ลงไปต้มจนเฉาก็จะทำให้กลิ่นหอมของ สมุนไพร หมดไป
พริิก เลือกใช้พริก 2 แบบ คือ พริกเม็ดใหญ่ เพื่อให้ความสวยงาม สีสันน่ารับประทาน ส่วน พริกขี้หนูสวน ให้รสชาติจัดจ้าน ถึงใจ

สูตรเด็ดแกงเผ็ดไก่ฟักทอง

ส่วนผสม

เนื้อไก่ส่วนน่อง 1 จาน หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
ฟักทอง 1 จาน หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
หางกะทิ 1 ถ้วยตวง
พริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
พริกเม็ดใหญ่ 3-4 เม็ด หั่นเฉียงๆ
พริกขี้หนูสวน 4-5 เม็ด บุบพอแตก
ใบมะกรูด 4-5 ใบ
ใบโหระพา 1 กำมือ

วิธีทำ

ตั้งกระทะให้ร้อน นำหัวกะทิลงไปผัด กับ พริกแกงเผ็ด โดยขั้นต้อนนี้ ให้ผัดจนหัวกะทิแตกมัน และ กลิ่นเปรี้ยวของพริกแกงเผ็ดหมดไป ผัดให้ได้กลิ่นหอมของพริกแกง
จากนั้นนำ ฟักทอง และ เนื้อไก่ ลงไปผัด อย่าผัดแรงเกินไปจนทำให้ฟักทองเละ ค่อนๆผัด
เมื่อเนื้อไก่ได้ที่ ให้เติมหางกะทิลงไป ปรุงรสด้วย น้ำปลา และ น้ำตาลปี๊บ
ใส่ พริกเม็ดใหญ่ พริกขี้หนูสวน และ ใบมะกรูดลงไป เคี่ยวไปเรื่อยๆจนเนื้อฟักทองสุก ก็ปิดไฟ และ ใส่ใบโหระพาลงไป
เสริฟ แกงเผ็ดไก่ฟักทอง ใส่ชาม พร้อมรับประทานได้…

สูตรข้าวผัดหมูลิ้นจี่ ข้าวผัดง่ายๆ ที่หอมหวานลิ้นจี่ สามารถนำมาประยุกต์ผัดกับ อาหารต่างๆ นาๆได้ ลิ้นจี่ ก็คือ หนึ่งในนั้น

สูตรข้าวผัดหมูลิ้นจี่

สูตรข้าวผัดหมูลิ้นจี่

สูตรข้าวผัดหมูลิ้นจี่ ซึ่งลิ้นจี้มีรสหวานอมเปรี้ยว การปรุงรสชาติจึงต้องมีเทคนิคการทำ วิธีทำข้าวผัดหมูลิ้นจี่ ลิ้นจี่ทำอะไรกินได้บ้าง เมนูหมู เมนูผัด เมนูข้าวผัด ข้าวผัดทำอะไรกินได้บ้าง ทำข้าวผัดให้อร่อยทำอย่างไร หมูทำอะไรกินได้บ้าง กับข้าวจากหมู กับข้าวจากลิ้นจี่ ในฤดูการที่ ลิ้นจี่ ออกมาในท้องตลาดจำนวนมาก จะทำอย่างไรกับลิ้นจี่ดี ขอแนะนำ ข้าวผัดหมูลิ้นจี่ รสหวานกับรสชาติของข้าวผัดเป็นรสชาติที่แปลก และเข้ากันได้อย่างดี ข้าวผัด สามารถนำมาประยุกต์ผัดกับ อาหารต่างๆ นาๆได้ ลิ้นจี่ ก็คือ หนึ่งในนั้น

ส่วนผสม

ข้าวหุงสุก 1 ถ้วย
ไข่ไก่ 1 ฟอง
เนื้อลิ้นจี่สด 3 ลูก
หมูสด หั่นเป็นชื้นพอคำ 4 ช้อนโต้ะ
กระเทียม บด 1 ช้อนชา
ต้นหอม ซอย 1 ช้อนโต้ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาล 1 ช้อนชา
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต้ะ
พริกน้ำปลา 1 ถ้วย
แตงกวา ต้นหอม และ มะเขือ สำหรับ เป็นเครื่องเคียง ทานกับ ข้าวผัด

วิธีทำ

นำ ข้าว ไปแช่ตู้เย็น ให้ข้าวเย็นจับตัวเป็นเม็ดก่อน 15 นาที
ตั้งกระทะน้ำมัน ให้ร้อน จากนั้นใส่ กระเทียม ไข่ไก่ และ หมู ลงไปผัด พอหมูสุก และไข่สุก ก็ใส่ข้าวลงไปผัด
ปรุงรสด้วย ซอสปรุงรส และ น้ำตาล ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน ใส่ ต้นหอม และ ลิ้นจี่ ลงไปผัด
เสริฟข้าวผัดหมูลิ้นจี้ ทานคู่กับ แตงกวา ต้นหอม มะเขือ และ พริกน้ำปลา…

บัวลอยน้ำกะทิกุหลาบ วิธีทำขนมไทยในน้ำกะทิสด เติมความหวานรับวันหยุด

บัวลอยน้ำกะทิกุหลาบ

บัวลอยน้ำกะทิกุหลาบ สูตรจาก คุณ MedIEviL สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

บัวลอยน้ำกะทิกุหลาบ จับแป้งบัวลอยแปลงร่างเป็นกุหลาบ ราดน้ำกะทิสดหอม ๆ ทั้งอิ่มตาและอิ่มท้องไปพร้อมกัน

ส่วนผสม แป้งบัวลอย (สำหรับ 8-10 ที่)

• แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วยตวง
• แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วยตวง
• กะทิอุ่น ๆ 1 ถ้วยตวง (นำไปเข้าไมโครเวฟก็ได้)
• สีผสมอาหารตามชอบ 5 สี ได้แก่ สีชมพู สีฟ้า สีม่วง สีส้ม และสีเขียว
• แป้งนวล (ใช้แป้งมันสำปะหลัง) โรยถาดเล็กน้อย

ส่วนผสม น้ำกะทิ

• กะทิ 3 ถ้วยตวง
• น้ำตาลทราย 7 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลโตนด 2 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่น 1-2 ช้อนชา (ลองใส่ 1 ช้อนชาแล้วชิมก่อน ถ้ายังไม่ถูกปากค่อยเพิ่มปริมาณ)
• ใบเตยสด (มัดเป็นกำ) 5-6 ใบ

วิธีทำบัวลอยกุหลาบ

1. ทำแป้งบัวลอย โดยใส่แป้งข้าวเหนียว และแป้งมันลงในอ่างผสม ค่อย ๆ ใส่น้ำกะทิอุ่นลงไปทีละน้อย ใช้มือนวดผสมแป้งและน้ำกะทิให้เข้ากัน นวดจนได้แป้งจับตัวเป็นก้อนและปั้นได้
2. แบ่งแป้งเป็น 5 ก้อนเท่า ๆ กันแล้วใส่สีผสมอาหารตามชอบ นวดผสมจนสีเนียนเข้ากันดี
3. เริ่มทำกุหลาบ โดยปั้นแป้งเป็นลูกกลมขนาด 1.5–2 เซนติเมตร จากนั้นใช้แหนบ (สำหรับหนีบช่อม่วง) จุ่มปลายด้วยแป้งนวลเล็กน้อย แล้วนำมาหนีบทำกลีบกุหลาบ เริ่มจากกลีบล่าง 5 กลีบไล่ขึ้นไป ให้กลีบแต่ละชั้นสับหว่างกัน เมื่อทำบัวลอยกุหลาบเสร็จแล้วให้วางไว้บนถาดที่โรยแป้งนวลเพื่อไม่ให้แป้งติด ทำจนหมดครบทุกสี พักไว้
4. ต้มบัวลอย โดยตั้งน้ำด้วยไฟกลางจนน้ำเดือด ใส่บัวลอยลงไปต้มจนสุก (สังเกตเมื่อบัวลอยสุกจะลอยขึ้นมา) รอให้บัวลอยลอยขึ้นมาสักพักเพื่อให้สุกถึงข้างในจึงตักขึ้นแช่ในอ่างน้ำเย็น จากนั้นพักไว้ในกระชอนให้สะเด็ดน้ำ
5. ทำน้ำกะทิราดบัวลอย โดยใส่กะทิ น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ และเกลือลงในหม้อต้ม ยกขึ้นตั้งไฟกลาง คนจนส่วนผสมละลายเข้ากัน ใส่ใบเตย จากนั้นหมั่นคนตลอดเวลาระหว่างต้ม เพื่อไม่ให้กะทิจับกันเป็นก้อนหรือแตกมัน เมื่อกะทิเริ่มเดือด (แค่พอเดือดปุด ๆ ไม่ต้องเดือดพล่าน) ยกลงได้เลย
6. จัดบัวลอยลงในชาม ราดด้วยน้ำกะทิ จัดเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

สาคูเมลอน สูตรเจใส่นมอัลมอนด์หวานน้อยเพื่อสุขภาพ

สาคูเมลอน

สาคูเมลอน สูตรขนมใส่นมอัลมอนด์

สาคูเมลอน แถมเติมความหวานจากหญ้าหวาน ถูกใจสายสุขภาพซะจริง ๆ

จากที่เคยทำจับสาคูกับเมลอน ทำขนมหวานเมนูสาคูเมลอนนมสดสุดฮิต แม้จะอร่อยเลอเลิศแต่สำหรับคนแพ้นมวัวหรือคนกินเจคงอด กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำสาคูเมลอน สูตรจาก คุณ Kitty Chef สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ใส่นมอัลมอนด์เหมาะสำหรับคนกินเจและคนแพ้โปรตีนจากนมวัว เพิ่มเติมหญ้าหวานเพื่อสุขภาพ แถมใส่เมลอนเน้น ๆ แค่เห็นภาพแล้วใครล่ะจะอดใจไหว

ส่วนผสม
สาคู
เมลอน (ชนิดใดก็ได้ตามที่เราชอบ)
นมอัลมอนด์
น้ำตาลหญ้าหวาน

อุปกรณ์
เครื่องปั่นผลไม้

วิธีทำ

► ต้มสาคูให้สุกเตรียมไว้ก่อนเลย


► หั่นเมลอนเป็นชิ้นสำหรับปั่น และใช้ช้อนตักเมลอนให้เป็นลูกกลม ๆ ไว้แต่งหน้า


► นำเมลอนที่หั่นไว้แล้ว นมอัลมอนด์ และน้ำตาลหญ้าหวานใส่เครื่องปั่น (ดูเพิ่มเติมในวิดีโอค่ะ)


► เทใส่ภาชนะ ตักสาคูลงไป คนให้เข้ากัน ตามด้วยเมลอนบอล ใส่เยอะ ๆ เลยค่ะ

อยากกินจังเลย สำหรับเมนูสาคูเมลอน ไม่ว่าจะใส่เมลอนสีเขียวหรือเมลอนสีส้มก็อร่อย เติมเมลอนบอลไปตามชอบ หรือใครจะดัดแปลงเป็นสาคูแคนตาลูปก็ตามสะดวก จับแช่เย็นยิ่งอร่อยนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

กล้วยบวชชีน้ำกะทิ ขนมไทย เติมความหวานรับวันหยุด

กล้วยบวชชีน้ำกะทิ

กล้วยบวชชีน้ำกะทิ  กะทิสดแจกเพื่อนฝูง

กล้วยบวชชีน้ำกะทิ เตรียมกระดาษกับปากกามาจดสูตรกัน จับกล้วยไปต้มทั้งเปลือกจนสุก เพราะจะทำให้กล้วยเหนียวนุ่มและไม่ฝาด สุดท้ายก็เอาไปใส่ลงในน้ำกะทิสดใบเตยแสนหอม

ส่วนผสม

• กล้วยน้ำว้าห่าม ๆ 1 หวี
• หางกะทิ 500 มิลลิลิตร
• ใบเตย 2 ใบ
• น้ำตาลปี๊บ 4 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
• เกลือปริมาณเล็กน้อย
• หัวกะทิ 400 มิลลิลิตร

วิธีทำ

1. ต้มกล้วยน้ำว้าในน้ำเดือด ประมาณ 3-5 นาที จนผิวกล้วยเริ่มแตกออก ตักขึ้น ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
2. ต้มหางกะทิกับใบเตยจนเดือด ใส่กล้วยตามด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย และเกลือ ต้มจนเดือดอีกครั้ง ใส่หัวกะทิลงไป ต้มจนเดือดประมาณ 3 นาที ตักใส่ถ้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

เฟรนช์โทสต์ สตรอว์เบอร์รี เมนูของหวานในร้านคาเฟ่ หน้าตาเป๊ะปังพร้อมเปิดร้าน

เฟรนช์โทสต์

เฟรนช์โทสต์  เอาใจลูกค้าสาว ๆ กันด้วยเฟรนช์โทสต์สตรอว์เบอร์รี

เฟรนช์โทสต์ สูตรจาก คุณ #HealthyPD สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับขนมปังชุบไข่ทอดไร้น้ำมัน ใส่ผลไม้ตระกูลเบอร์รี เสิร์ฟกับโยเกิร์ตไขมันต่ำ

ส่วนผสม เฟรนช์โทสต์สตรอว์เบอร์รี

• ขนมปัง 1+1/2 แผ่น
• ไข่ไก่ 1 ฟองเล็ก
• โยเกิร์ตไขมันต่ำ (Non Fat) 1 ถ้วย
• สตรอว์เบอร์รี
• แครนเบอร์รี
• อัลมอนด์สไลซ์

เฟรนช์โทสต์

วิธีทำเฟรนช์โทสต์สตรอว์เบอร์รี

1. นำขนมปังไปชุบไข่แล้วย่างบนกระทะเทฟลอนให้สุกทั้งสองด้านแล้วตักใส่จาน
2. ตักโยเกิร์ตไขมันต่ำวางข้าง ๆ เสมือนเป็นไอศกรีม แนะนำว่าเอาไปใส่ฟรีซสัก 30 นาที เพื่อให้จับตัวกันมากขึ้น
3. ท็อปปิ้งด้วยสตรอว์เบอร์รี และแครนเบอร์รี โรยด้วยอัลมอนด์สไลซ์

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

แพนเค้กราสป์เบอร์รี เมนูของหวานในร้านคาเฟ่ หน้าตาเป๊ะปังพร้อมเปิดร้าน

แพนเค้กราสป์เบอร์รี

แพนเค้กราสป์เบอร์รี  แพนเค้กทั่วไปก็ขายได้ แต่กระแสสุขภาพมาแรงเพิ่มตัวเลือกหน่อยก็ดี

แพนเค้กราสป์เบอร์รี นี่เลยเมนูแพนเค้กราสป์เบอร์รี สูตรจาก คุณ #HealthyPD สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ใช้แป้งโฮลวีททำแพนเค้ก เพิ่มความงามจากราสป์เบอร์รี

ส่วนผสม

• แป้งโฮลวีท 2 ถ้วย
• ไข่ไก่ 1 ฟอง
• นม 1/2 ถ้วย
• เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
• ราสป์เบอร์รี
• คอทเทจชีส
• น้ำผึ้ง

แพนเค้กราสป์เบอร์รี

วิธีทำแพนเค้กราสป์เบอร์รี

1. ทำแป้งแพนเค้ก โดยผสมแป้งโฮลวีท ไข่ไก่ นม และเบกกิ้งโซดาให้เข้ากัน
2. เทลงบนกระทะเทฟลอน (ในสูตรใช้กระทะเล็กสำหรับทำไข่ดาว) ขนาดจะพอดี และทำให้หนาได้ ทอดจนสุกทั้งสองด้าน ใส่ภาชนะ ราดน้ำผึ้ง แต่งด้วยชีสและราสป์เบอร์รี

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 11 สูตรอาหารคลีน ตอน อาหารว่างและขนม อร่อยไม่ทำร้ายสุขภาพ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/