เมนูอาหารต้มแซ่บเนื้อวัว ซดคล่องคอจนหยุดไม่อยู่!

เมนูอาหารต้มแซ่บเนื้อวัว

เมนูอาหารต้มแซ่บเนื้อวัว

เมนูอาหารต้มแซ่บเนื้อวัว เคล็ดลับการทำต้มแซ่บเนื้อวัว วิธีทำต้มแซ่บ เทคนิคความอร่อยอยู่ที่ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การเตรียมอาหาร และการปรุงรส เทคนิคการทำที่เพิ่มความอร่อยของอาหาร รายละเอียด มีดังนี้

เนื้อวัว ต้องเลือกเนื้อวัวสดๆ ส่วนเนื้อติดมัน และ มีเอ็นผสม วิธีการเลือกซื้อเนื้อวัว ให้ดูที่สีเนื้อแดงสด เนื้อไม่แห้งมีความมัน เนื้อแน่น ตึง เด้ง ไม่มีกลิ่นเน่า หรือ เป็นสีม่วง
น้ำซุป ให้ใช้น้ำซุปสำหรับเนื้อวัว โดยเทคนิคการทำน้ำซุปวัว คือ ใช้เนื้อวัว กับ เกลือ ต้มให้ความหวานของน้ำซุปออกมา
น้ำซุปที่ใช้ในการทำต้มแซ่บ ให้ใช้น้ำซุปเนื้อ ความหอมหวานของน้ำซุป เพิ่มความกลมกล่อมของอาหาร
เทคนิคการต้ม ข่า ตะไคร้ และ ใบมะกรูด ให้ใช้ไฟอ่อนๆ ค่อยๆต้มให้ความหอมของสมุนไพรออกมาอย่างเต็มที่
ใบมะกรูด ให้เอาส่วนของแกนใบออก เนื่องจากแกนใบจะทำให้มีรสขม ไม่น่ารับประทาน
ความเปรี้ยวของเมนูนี้ เลือกใช้น้ำมะขามเปียก ที่มีความหวานและเปรี้ยว ไม่เปรี้ยวจี้ดเหมือนน้ำมะนาว น้ำมะขามเปียก เหมาะสำหรับทำแกงอีสานมากที่สุด

เมนูอาหารต้มแซ่บเนื้อวัว

ส่วนผสม

เนื้อวัวส่วนติดมันและติดเอ็น 1 กิโลกรัม
เกลือป่น 1 ช้อนชา
ข่าแก่ หั่นบางๆ 4 ชิ้น
มะเขือเทศหั่น 3-4 ชิ้น
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
ต้นตะไคร้ หั่นเป็นท่อน 3-4 ท่อน
ผักชีฝรั่งซอย 2 ช้อนโต้ะ
หอมแดง บุบหัว 3 หัว
ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ
น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
พริกสดบุบ 4-5 เม็ด
พริกป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำ

เริ่มจากการต้มน้ำซุป โดยต้มน้ำให้เดือด ใส่ รากผักชี และ เนื้อวัว ลงไปต้มในน้่ำ เติมเกลือลงไป ต้มให้เนื้อวัวสุกนุ่ม และ น้ำซุกหอม
นำเนื้อวัวมาหั่นเป็นชื้นขนาดหนา พอดีคำ และ นำมาพักเอาไว้ก่อน
เริ่มการทำต้มเนื้อ โดย นำหม้อต้ม เติมน้ำซุปเนื้อ และ เนื้อวัวต้มลงไป
จากนั้นใส่ มะเขือเทศ หอมแดง ข่า ตะไคร้ และ ใบมะกรูด ลงไป ต้มให้กลิ่นหอมของสมุนไพรออกมาอย่างเต็มที่
ปรุงรสด้วย พริกสด พริกป่น น้ำปลา น้ำมะขามเปียกและน้ำตาลปี๊บ ชิมให้ได้รสชาติที่พอใจ
ใส่ผักชีฝรั่งลงไปด้วย ปิดไฟ เสริฟใส่ถ้วยพร้อมรับประทาน…

เมนูอาหารใต้ใบเหลียงต้มกะทิ เมนูแกงกะทิ เมนูกุ้ง อาหารรสชาติอร่อย

เมนูอาหารใต้ใบเหลียงต้มกะทิ

เมนูอาหารใต้ใบเหลียงต้มกะทิ

เมนูอาหารใต้ใบเหลียงต้มกะทิ เคล็ดลับการทำแกงกะทิใบเหลียง  ใบเหลียง ให้เลือกใบอ่อน เนื่องจากใบอ่อนจะเคี้ยวง่าย ไม่เหนียว รับประทานอร่อยกว่าใบแก่ๆ
เมื่อได้ใบเหลียงมาแล้ว ให้ล้างให้สะอาด อย่าให้มีเศษฝุ่นเจือปน และ ฉีกใบเหลียงรอไว้เลย
กุ้ง ต้องเลือกใช้ กุ้งที่สดๆ ตัวโตๆ เทคนิคการเลือกกุ้ง นั้น ให้เลือกกุ้งที่มีความสมบูรณ์ เปลือกติดกับตัวกุ้ง หัวไม่หลุดจากตัว เนื้อกุ้งแน่น ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า ไม่มีสีเขียว หรือ เหลือง ปน
การเตรียมกุ้ง ให้ล้างกุ้งให้สะอาด ตัดหัวออก ปลอกเปลือก ผ่าหลัง สำหรับเมนูนี้ให้เอาหัวกุ้งออก เนื่องจากหากใส่หัวกุ้งลงไปต้ม จะทำให้มันกุ้งออกมา น้ำแกงจะเป็นสีส้ม ไม่น่ารับประทาน
กะทิ ให้ใช้กะทิสด เป็นกะทิที่คั้นสดๆ จะได้ความหอม มัน และ อร่อย ให้กรองให้สะอาด
การต้มน้ำแกง กะทินั้น ต้องใช้ไฟอ่อนๆ เนื่องจากต้องระวังอย่าให้กะทิแตกมัน
การใส่ไข่ไก่ลงไป ในขั้นตอนสุดท้าย ทำให้เกิดความมันทำให้น้ำแกงมีรสอร่อย น่ารับประทาน

เมนูอาหารใต้ใบเหลียงต้มกะทิ

ส่วนผสม

ใบเหลียงอ่อน ฉีกเป็นชิ้นอดีคำ 2 จาน
หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง
หางกะทิ 1 ถ้วยตวง
กุ้งสด ตัดหัว ผ่าหลัง 5-6 ตัว (ตามใจชอบ)
กะปิ 1 ช้อนโต้ะ
หอมแดง 1 ช้อนโต้ะ
พริกไทยแห้งเม็ด 1 ช้อนโต้ะ
กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
ไข่ไก่ 2 ฟอง

วิธีทำ

เตรียมเครื่องแกง โดย การ โขรก กะปิ หอมแดง พริกไทย และ กุ้งแห้ง โขรกให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน
จากนั้น ตั้งหม้อต้ม ใส่หางกะทิลงไปต้ม ใช้ไฟอ่อนๆ อย่าให้กะทิแตกมัน เมื่อกะทิเริ่มเดือด ใส่เครื่องแกงลงไป ต้ม
ปรุงรสด้วยน้ำปลา จากนั้นใส่กุ้งสดลงไปต้ม เมื่อกุ้งเริ่มสุก ให้ใส่ ใบเหลียงลงไปต้ม ชิ่มรสชาติ
จากนั้นใส่หัวกะทิลงไป ต้มให้ส่วนผสมได้ที่ จากนั้นปิดไป และ ใส่ไข่ไก่ลงไปผสมกวนให้น้ำแกงมีความค้นและมัน
เท่านี้ ก็สามารถ เสริฟ แกงกะทิใบเหลียง ได้แล้ว…

เมนูหมูต้มใบชะมวง อาหารสมุนไพร อาหารสุขภาพ จาก ใบชะมวง

เมนูหมูต้มใบชะมวง

เมนูหมูต้มใบชะมวง

เมนูหมูต้มใบชะมวง หมู ที่ใช้ใน เมนูหมู ต้มใบชะมวง ให้ใช้ หมูสามชั้น ต้องเป็นหมูที่สด ใหม่ วันต่อวัน ทำความสะอาด และหั่นเป็นชั้น ขนาดพอดี ไม่บางหรือหนาเกินไป
น้ำ ที่ใช้ใน การต้มหมูต้มใบชะมวง ให้ใช้ น้ำซุปกระดูก จะทำให้ สูตรอาหาร เมนูนี้มีความอร่อยกลมกล่อมมากขึ้น
กระเทียม ใช้ กระเทียมไทย เนื่องจาก กระเทียมไทย มีความหอมและหวาน
ใบชะมวง มีรสเปรี้ยว เมนูนี้จะไม่ใช้ มะนาวในการปรุงอาหาร

เมนูหมูต้มใบชะมวง

ส่วนผสม

ใบชะมวงอ่อน 1 ถ้วย
หมูสามชั้น หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 ถ้วย
ข่าแก่ ซอยละเอียด 2 ช้อนโต้ะ
หอมแดง ซอยละเอียด 2 ช้อนโต้ะ
กระเทียม บด 1 ช้อนโต้ะ
กะปิ 1 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ช้อนชา
พริกไทยอ่อน 2 ช้อนโต้ะ
พริกแห้ง 2 ช้อนโต้ะ
น้ำซุป 2 ถ้วย
น้ำตาล 1 ช้อนโต้ะ
ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต้ะ

วิธีทำ

โขรก ข่า กระเทียม หอมแดง กะปิ เกลือ พริกไทยอ่อน และ พริกแห้ง ให้ส่วนผสมละเอียดเข้ากัน
จากนั้นตั้งกระทะให้ร้อน จากนั้นนำ เครื่องแกง และ หมูสามชั้น ลงไปผัด ให้มันหมูเริ่มออก ก็ใส่ ใบชะมวง ลงไป จากนั้นปรุงรสด้วย ซอสถั่วเปลือง และ น้ำตาล ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน
เติมน้ำซุปลงไป จากนั้นก็ต้ม ให้น้ำซุปลดลงเหลือ ครึ่งหนึ่ง หมูจะเริ่มนุ่ม ก็สามารถเสริฟรับประทานได้…

เมนูไข่ลูกเขยสูตรแม่ยายคนเมือง สามารถทำกินเองที่บ้านได้ อาหารทำกินง่าย

เมนูไข่ลูกเขยสูตรแม่ยายคนเมือง

เมนูไข่ลูกเขยสูตรแม่ยายคนเมือง

เมนูไข่ลูกเขยสูตรแม่ยายคนเมือง  เคล็ดลับความอร่อยของไข่ลูกเขย ไข่ที่เลือกใช้สำหรับทำไข่ลูกเขยให้เลือกใช้ไข้เป็ด เนื่องจากไข่เป็ดเปลือกจะหนา และไข่แดงจะใหญ่กว่าไข่แดงของไข่ไก่ นำมาทำไข่ลูกเขยแล้วได้ไข่ต้มที่สวยน่ารับประทาน
เทคนิคการการต้มไข่ อย่าต้มให้สุกเกินไป เอาแค่ไข่ขาวสุก สามารถปลอกเปลือกได้ก็พอ เนื่องจาก จะต้องนำไปเป็ดลงไปทอดอีกขั้นตอน และหากต้มสุกเกินไป ไข่แดงจะแข็ง ไม่มีรสชาติ เทคนิคการต้มไข่ให้ได้ไข่แบบยางมะตูม ให้ต้มประมาณ 6-8 นาที จะได้ไข่ขาวที่สุกและไข่แดงยังไม่สุก
การปลอกเปลือกไข่ต้มให้สวย ให้นำไข่ต้มไปแช่น้ำเย็นก่อน ให้ไข่ขาวหดตัวแยกออกจากเปลือกไข่ เวลาแกะจะง่ายได้ไข่ต้มที่สวย
เทคนิคการทอดไข่ ให้ใช้ไฟแรงๆ เนื่องจากเราต้องการให้ไข่ขาวเหลืองเท่านั้น ไม่ต้องการให้ไข่แดงสุกเกินไป
การทำน้ำซอส ขั้นตอนการคั่วน้ำตาลนั้น ให้คั่วให้น้ำตาลเป็นสีน้ำตาล อย่าคั่วจนน้ำตาลไหม้ เนื่องจากหากน้ำตาลไหม้ จะขมเสียรสหวาน
ปรุงรสเปรี้ยวของน้ำราด หากไม่มีน้ำมะขามเปียก สามารถใช้น้ำส้มสายชุแทนได้
น้ำตาล สำหรับนำมาทำซอส ให้เลือกใช้น้ำตาลปี๊บ ความหวานของน้ำตาลปี๊บเหมาะสำหรับทำไข่ลูกเขย
รสเปรี้ยวของเมนูนี้ เลือกใช้น้ำมะขามเปียก น้ำมะขามเปียกจะมีรสเปรี้ยวอมหวานอร่อย

เมนูไข่ลูกเขยสูตรแม่ยายคนเมือง

ส่วนผสม

ไข่เป็ด 3-4 ฟอง ดูเทคนิคการต้มไข่
หอมแดงเจียว 2 ช้อนโต้ะ ดูเทคนิคการทำหอมเจียว
ผักชีซอย 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต้ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
น้ำมะขามเปี๊ยก 1 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
พริกไทยป่น 1 ช้อนโต้ะ
น้ำซุปกระดูกหมู 5 ช้อนโต้ะ
น้ำมันพืชสำหรับทอดไข่ 1 ถ้วย ปริมาณพอท่วมไข่
พริกแห้งทอด 3-4 เม็ด

วิธีทำ

เริ่มต้นด้วยการต้มไข่ ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด หากสามารถควบคุมความร้อนได้ ให้ใช้ความร้อนที่ 100 องศาเซลเซียส ใส่เกลือป่นลงไปนิดหน่อย จากนั้นใส่ไข่เป็ดลงไปต้ม กวนน้ำให้วนให้ไข่เคลือนที่ อย่าทิ้งไข่อยู่กับที่ เนื่องจากไข่แดงจะสุกติดเปลือกทำให้ไข่ต้มไม่สวย ต้มด้วยเวลา 6 – 8 นาที หากชอบแบบไข่ต้มยางมะตูม ต้ม 10 นาที หากชอบไข่ต้มแบบสุกๆ
เม่ื่อไข่ต้มได้ที่ ให้นำไปแช่น้ำเย็น ให้ไข่หดตัวและหลุดจากเปลือก เพื่อจะได้แกะเปลือกง่าย
ปลอกเปลือกไข่ จะได้ไข่ต้มสีขาวสวยงาม จากนั้นพักเอาไว้ก่อนให้ ไข่ต้มแห้ง
ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน จากนั้น นำไข่ต้มไปทอด ให้ไข่เหลืองน่ารับประทาน เมื่อได้ไข่ทอด พร้อมแล้ว ให้นำมาพักเอาไว้ก่อน
ทำซอสโดย ตั้งกระทะให้ร้อน จากนั้นนำน้ำตาลปีี๊บ ลงไปคั่วในกระทะ ให้ละลาย คั่วจนน้ำตาลเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล จากนั้น ใส่น้ำซุปกระดูกหมูลงไป ปรุงรสด้วย พริหไทยป่น น้ำปลา และ น้ำมะขามเปียก
เคี้ยวน้ำซอสด้วยไฟปานกลาง ให้ซอสเหนียว จากนั้นให้ราดลงบนไข่ต้มทอด
โรยหน้าด้วย พริกแห้งทอด หอมเจียว และ ผักชี เป็นอันเสร็จสิ้นพร้อมรับประทานได้

เมนูไข่ลูกเขยสูตรแม่ยายคนเมือง

เมนูเด็ดไข่เจียวดาว รสชาติละมุน ที่คุณทำทานเองได้

เมนูเด็ดไข่เจียวดาว

เมนูเด็ดไข่เจียวดาว

เมนูเด็ดไข่เจียวดาว  ไข่เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสาร อาหารประเภทโปรตีน ทั้งยังมีไขมัน ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินบี 12 วิตามินเอ และแร่ธาตุซึ่งมีประโยชน์ต่อการสร้างเซลล์ผิวหนัง ขน และเล็บ เป็นอาหารที่ให้พลังงานต่ำ มีค่าประมาณ 80 กิโลแคลอรี่ / ฟอง จึงเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักรวมถึงบุคคลทั่วไปด้วย

เคล็ดลับ ไข่ไก่ ใช้ ไข่ไก่สดๆ การสังเกตุไข่สดๆ สามารถทำได้โดย สังเกตุผิวของไข่ และ ไข่แดง จะมีสีส้มนวล ไม่มีเลือดปน
น้ำมันสำหรับ ทอดไข่ ให้เลือกใช้ น้ำมันใหม่ น้ำมันที่เหมาะสำหรับ ทำไข่เจียว คือ น้ำมันหมู เนื่องจาก น้ำมันหมู จะมีความหอม และร้อนกว่าน้ำมันพืช เวลาทอด ขึ้นฟู สวยและหอม เหมาะสำหรับใช้ทอดไข่เจียวดาว
ห้ามใช้น้ำมันเก่ามาทอด น้ำมันที่ผ่านการทอด ไม่ควรนำมาใช้ทอดอีก เนื่องจาก จะมีกลิ่นของอาหารเก่า และ ไม่ดีต่อสุขภาพ
เทคนิคการทอดไข่เจียวดาว คือ การตีไข่ อย่าให้ไข่แดงแตก ให้ ตีไข่สำหรับ ไข่เจียว ก่อน จากนั้น ค่อย ตอกไข่ สำหรับ ไข่ดาว ลงไปใน ไข่เจียว จะทำให้ ไข่ดาว เป็นทรงไข่ดาว
น้ำมันที่ใช้ทอดไข่ ให้ใช้น้ำมันเยอะหน่อย น้ำมันจะทำให้ ไข่สุกทั้ง ด้านล่างและด้านบน

เมนูเด็ดไข่เจียวดาว

ส่วนผสม

ไข่ไก่ 3 ฟอง
ต้นหอม ซอย 1 ช้อนโต้ะ
หอมใหญ่ ซอย 1/2 ช้อนโต้ะ
มะเขือเทศ หั่นบางๆ 2-3 ชิ้น
ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต้ะ
ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต้ะ
พริกไทย 1 ช้อนชา
น้ำมัน สำหรับทอด 6 ช้อนโต้ะ

วิธีทำ

ตอกไข่ 2 ฟอง ใส่ชาม จากนั้นใส่ ซอสน้ำมันหอย ซอสถั่วเหลือง และ พริกไทย ตีให้ส่วนผสมเข้ากัน
ใส่ ต้นหอม หอมใหญ่ และ มะเขือเทศ ลงไปผสมกับไข่ที่ตีแล้ว ผสมให้เข้ากัน จากนั้นตอกไข่ลงไปอีก 1 ฟอง ไม่ต้องตีให้แตก
ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน จากนั้นใส่ไข่ลงไปทอด ให้สุกทั้ง 2 ด้วย โดยตอนกลับไข่ให้กลับแล้วก็รีบพลิกกลับมาทันทีให้ ไข่แดง ยังคงเหลือไข่แดงไม่ให้มันสุก
เสริฟใส่จาน พร้อม แตงกวา และทานกับ ซอสพริก กับข้าวง่ายๆ…

เมนูออส่วนบำรุงสุขภาพ อาหาร ชั้นภัตราคาร อาหารที่มีความอร่อย มัน และบำรุงสุขภาพ

เมนูออส่วนบำรุงสุขภาพ

เมนูออส่วนบำรุงสุขภาพ

เมนูออส่วนบำรุงสุขภาพ ออส่วน เป็น อาหาร ชั้นภัตราคาร อาหารที่มีความอร่อย มัน และบำรุงสุขภาพ สำหรับคนชอบ หอยนางรม

เมนูออส่วนบำรุงสุขภาพ

ส่วนผสม

หอยนางรมสด แกะเปลือก 1 ถ้วย
ถั่วงอกเด็ดหัว 1 กำมือ
กระเทียม สับละเอียด 2 ช้อนชา
ต้นหอม ซอยแฉลบ 2 ช้อนโต้ะ
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
แป้งมัน ละลายน้ำอัตราส่วน น้ำ 1 ถ้วย แป้งครึ่งถ้วย
น้ำมันพืช สำหรับผัด 2 ช้อนชา
น้ำมันพืช สำหรับทอด
ใบผักชี สำหรับโรยหน้า
ซอสพริก สำหรับรับประทานคู่กัน

วิธีทำ

ใส่ หอยนางรม ลงเคล้าเบา ๆ กับแป้งมัน ละลายน้ำให้ทั่ว พักไว้
ตั้งน้ำมัน 2 ช้อนชา ในกระทะด้วยไฟกลางให้ร้อน ใส่ กระเทียม ลงเจียวให้หอม ตามด้วยถั่วงอก ปรุงรสด้วย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และ พริกไทย ( เหลือไว้เล็กน้อยสำหรับโรยหน้า ) ผัดเข้าด้วยกัน
ใส่ต้นหอม ( แบ่งไว้เล็กน้อยสำหรับโรยหน้า ) ผัดต่อพอเข้ากัน ตักใส่จานเสิร์ฟเตรียมไว้
ตั้ง น้ำมันสำหรับทอด ในกระทะก้นแบนด้วยไฟกลางค่อนข้างแรงให้ร้อน ใส่ส่วนผสม หอยนางรม ลงทอดพอเกือบสุกใส่ไข่ ใช้ตะหลิวเกลี่ยเบา ๆ พอให้ไข่แดงแตก แล้วกลับด้านทอดจนสุกทั่ว ปิดเตา
ตักใส่จานเสิร์ฟที่เตรียมไว้ในข้อ 3 โรยหน้าด้วยต้นหอม ใบผักชี และ พริกไทย รับประทานขณะร้อน ๆ คู่กับ ซอสพริก กับข้าวง่ายๆ เมนูทอด อาหารทะเล

เมนูออส่วนบำรุงสุขภาพ

เมนูผัดสะตอปลา อาหารใต้เมนูปลา มีประโยชน์ และอร่อย

เมนูผัดสะตอปลา

เมนูผัดสะตอปลา

เมนูผัดสะตอปลา เคล็ดลับการทำผัดสะตอ  สะตอ ให้เลือดสะตอสดๆ และ นำมาล้างให้สะอาด ก่อนนำมารับประทาน
กะปิ ใช้ กะปิระยอง จะมีรสชาติเค็ม อร่อย
การเลือกปลา ให้เลือกใช้ปลาสดๆ โดย เทคนิคการเลือกปลา ให้ดูที่ตาปลา ต้องใส เหงือกแดง และ เนื้อแน่น เด้งตึง สภาพปลาภายนอกสมบุรณ์ และ เมื่อได้ปลา มาแล้วให้ล้างให้สะอาด อย่าให้เหลือเมือกและเลือดติดกับตัวปลา จะทำให้ปลาไมคาว
การทำอาหารประเภทเนื้อปลา เนื้อปลา มีลักษณะสุกง่าย และ เละง่าย พร้อมกับมีความคาว เทคนิคการทำ คือ ให้นำปลามาล้างให้สะอาด จากนั้น ทำให้เนื้อปลาสุกก่อน โดยต้มน้ำใส่ตะไคร้ ข่า และ นำเนื้อปลาลงไปลวกให้สุก จะทำให้ความคาวไม่ติดกับอาหาร และ เมื่อได้เนื้อปลาสุก ให้นำไปคลุกกับอาหาร เบาๆ เพื่อไม่ให้เนื้อปลาแตก

เมนูผัดสะตอปลา

ส่วนผสม

เนื้อปลาช่อน 10-15 ชิ้น หั่นให้เป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
สะตอ 10-15 เม็ด นำมาผ่าครึ่ง
หอมแดงหัวแดง 1 หัว นำมาซอย
กระเทียม 2-3 กลีบ นำมาซอย
พริกขี้หนูสวน 5-6 เม็ด นำมาซอย
กะปิ 1 ช้อนชา
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
ใบมะกรูดซอย 3 ใบ
น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช สำหรับผัด 2 ช้อนโต้ะ

วิธีทำ

เริ่มจากการล้างปลาให้สะอาดก่อน และนำมา ลวกในน้ำเดือด ให้สุก และ นำมาพักเอาไว้ก่อน
ทำพริกแกง โดยเตรียมครก ใส่ พริกขี้หนูสวน หอมหัวแดง กระเทียม และ กะปิ นำมาโขรกให้ละเอียด
เริ่มผัด โดย ตั้งกระทะใส่น้ำมัน รอให้ร้อน จากนั้น ใส่พริกแกงลงไปผัด ผัดให้หอม
จากนั้น ใส่ สะตอและใบมะกรูดลงไปผัด ปรุงรสด้วย น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา เติมน้ำลงไปนิดหน่อย ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน และ ชิมรสชาติให้ได้รสชาติที่ต้องการ
จากนั้น ใส่ปลาลงไป และ ผัดเบาๆ ปิดไฟ และ เสริฟใส่จานพร้อมรับประทาน…

ขนมเรไรหน้าปูสูตรแม่มณี เคล็ดลับ แป้ง ที่ใช้ทำให้ผสมน้ำจากนั้นนำมากรองด้วยผ้าขาวบางให้เอาเศษตะกอนออกและทำให้แป้งผสมเข้ากัน

ขนมเรไรหน้าปูสูตรแม่มณี

ขนมเรไรหน้าปูสูตรแม่มณี

ขนมเรไรหน้าปูสูตรแม่มณี เคล็ดลับ แป้ง ที่ใช้ทำให้ผสมน้ำจากนั้นนำมากรองด้วยผ้าขาวบางให้เอาเศษตะกอนออกและทำให้แป้งผสมเข้ากัน จะได้เนื้อแป้งที่นวล น่ารับประทาน
เนื้อสัตว์ ที่ใช้ทำต้องใช้เนื้อสัตว์ที่มีความสด จะทำให้รสชาติของอาหารอร่อยอย่างธรรมชาติ
ใน การเคี่ยวน้ำกะทิ ให้เคี้ยวจนน้ำกะทิแตกมันจะได้น้ำราดที่หวานมันอร่อย
เนื้อกุ้ง และ เนื้อปู ที่จะนำไปโขรกให้นำไปลวกให้สุกก่อน จะทำให้เนื้อแห้งเวลาโขรกจะได้ไม่มีน้ำมาก
การผัดแป้ง ให้ผัดด้วยความร้อนอ่อนๆ และให้แป้งสุดและร่อนออกจากกระทะ แสดงว่าแป้งสุกพร้อมนำมาบีบแล้ว

ขนมเรไรหน้าปูสูตรแม่มณี

ส่วนผสม

แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วยตวง
แป้งท้าวยายม่อม 2 ช้อนโต้ะ
น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
กะทิ 2 ถ้วยตวง
เนื้อปู 3 ช้อนโต้ะ
เนื้อกุ้ง 3 ช้อนโต้ะ
ถั่วเขียวผ่าซีกนึ่ง 2 ช้อนโต้ะ
หอมเจียว 2 ช้อนโต้ะ
กระเทียมเจียว 2 ช้อนโต้ะ
ถั่วเขียว คั่วป่น 2 ช้อนโต้ะ
พริกป่น ละเอียด 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
น้ำมะขามเปี๊ยก 1 ช้อนโต้ะ
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต้ะ
น้ำมะกรูด 1 ช้อนโต้ะ

วิธีทำ

ผสม แป้งข้าวเจ้า แป้งท้าวยายม่อม ผสมกับน้ำ ละลายให้เข้ากัน จากนั้นนำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง
นำแป้งไปผัดในกระทะให้แป้งจับตัวเป็นก้อน จากนั้นนำแป้งไปบีบในแท่นพิมพ์ให้เป็นก้อนเส้น
นำไปนึ่งด้วยหม้อหนึ่งเดือดจัด 2 นาที จะได้ แป้งเรไร พร้อมรับประทาน
เตรียมทำน้ำราด ด้วยการโขรก กระเทียมเจียว หอมเจียว เนื้อกุ้ง เนื้อปู ถั่วเขียวนึ่ง และ ถั่วเขียวคั่ว โขรกให้ส่วนผสมทั้งหมดละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน
ตั้งกระทะเคี่ยวน้ำกะทิให้แตกมัน จากนั้นใส่เนื้อที่โขรกเอาไว้แล้วลงไปผัด ปรุงรสด้วย น้ำตาล น้ำปลา น้ำมะขามเปี๊ยก น้ำมะนาวและน้ำมะกรูด เคี้ยวสักพัก ก็สามารถนำไปราดหน้าแป้งเรไรรับประทานได้
จัดจาน ราดนำราดบนแป้งเรไรแต่งหน้าด้วยผักชีโรยหน้า พร้อมรับประทาน ขนมเรไรหน้าปู แสนอร่อย

ในเนื้อปู และ เนื้อหอยมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก รวมไปถึงวิตามินที่มีประโยชน์ มากมาย แต่ก็มีคาร์โบไฮเดรตอยู่ถึง 2% ซึ่งทำให้เป็นอุปสรรค ถึงอยากทานมากก็ต้องยับยั้งใจค่ะ อย่างไรก็ตาม นาน ๆ ทานที ก็ไม่เป็นไรค่ะ  อาหารทะเลมีไอโอดีนอยู่สูงถึง 54 ไมโครกรัมต่ออาหารที่กินได้ 100 กรัม ถึงแม้ว่าธาตุไอโอดีนจะเป็นธาตุที่ร่างกายต้องการน้อยมาก แต่หากได้รับไม่เพียงพอจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาอย่างมากมายทีเดียว ซึ่งโรคที่เกิดจากการขาดสารไอโอดีน เช่น โรคคอหอยพอก สมองทำงานไม่ปกติ พัฒนาการ และการเรียนรู้ช้า และหากในขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ได้รับไอโอดีนน้อยเกินไป ลูกในท้องก็อาจจะเติบโตช้า และเสี่ยงต่อภาวะพิการ…

สูตรเด็ดแกงเผ็ดไก่ฟักทอง ะ พริกแกงเผ็ด หอม โดย น้ำมันจากกะทิจะช่วยให้แกงเผ็ดหอม

สูตรเด็ดแกงเผ็ดไก่ฟักทอง

สูตรเด็ดแกงเผ็ดไก่ฟักทอง

สูตรเด็ดแกงเผ็ดไก่ฟักทอง ฟักทอง ให้เลือกซื้อฟักทองสดๆ โดยเทคนิคการเลือกซื้อฟักทอง คือ เนื้อผิวฟักทองแข็ง สะอาดไม่มีดินเกาะ จุกของฟักทองยังมีอยู่ ฟักทองที่สดๆจะทำให้ได้เนื้อฟักทองที่อร่อย
สำหรับคนที่ต้องการให้ฟักทองสุกเร็วขึ้น สามารถนำเอาฟักทองไปต้มให้สุกก่อนนำไปผสมในแกงเผ็ดก็ได้
เนื้อไก่ เลือกใช้ส่วนเนื้อน่อง หรือ สะโพก จะได้เนื้อที่มีความนุ่ม เวลาอยู่ในแกงเผ็ดเนื้อไก่จะไม่แข็งกระด้าง
ใบมะกรูด ให้เอาแกนใบออก เพราะ แกนใบมะกรูด จะขม ไม่น่ารับประทาน
การผัดแกงเผ็ด สำคัญคือ ขั้นตอนการผัดหัวกะทิกับพริกแกง ต้องผัดจนหัวกะทิแตกมัน และ พริกแกงเผ็ด หอม โดย น้ำมันจากกะทิจะช่วยให้แกงเผ็ดหอม น่ารับประทาน
ใบมะกรูดและใบโหระพา ให้ใส่ขั้นตอนสุกท้าย จะทำให้แกงเผ็ดมีกลิ่นหอม หากใส่ลงไปต้มจนเฉาก็จะทำให้กลิ่นหอมของ สมุนไพร หมดไป
พริิก เลือกใช้พริก 2 แบบ คือ พริกเม็ดใหญ่ เพื่อให้ความสวยงาม สีสันน่ารับประทาน ส่วน พริกขี้หนูสวน ให้รสชาติจัดจ้าน ถึงใจ

สูตรเด็ดแกงเผ็ดไก่ฟักทอง

ส่วนผสม

เนื้อไก่ส่วนน่อง 1 จาน หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
ฟักทอง 1 จาน หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
หางกะทิ 1 ถ้วยตวง
พริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
พริกเม็ดใหญ่ 3-4 เม็ด หั่นเฉียงๆ
พริกขี้หนูสวน 4-5 เม็ด บุบพอแตก
ใบมะกรูด 4-5 ใบ
ใบโหระพา 1 กำมือ

วิธีทำ

ตั้งกระทะให้ร้อน นำหัวกะทิลงไปผัด กับ พริกแกงเผ็ด โดยขั้นต้อนนี้ ให้ผัดจนหัวกะทิแตกมัน และ กลิ่นเปรี้ยวของพริกแกงเผ็ดหมดไป ผัดให้ได้กลิ่นหอมของพริกแกง
จากนั้นนำ ฟักทอง และ เนื้อไก่ ลงไปผัด อย่าผัดแรงเกินไปจนทำให้ฟักทองเละ ค่อนๆผัด
เมื่อเนื้อไก่ได้ที่ ให้เติมหางกะทิลงไป ปรุงรสด้วย น้ำปลา และ น้ำตาลปี๊บ
ใส่ พริกเม็ดใหญ่ พริกขี้หนูสวน และ ใบมะกรูดลงไป เคี่ยวไปเรื่อยๆจนเนื้อฟักทองสุก ก็ปิดไฟ และ ใส่ใบโหระพาลงไป
เสริฟ แกงเผ็ดไก่ฟักทอง ใส่ชาม พร้อมรับประทานได้…

สูตรข้าวผัดหมูลิ้นจี่ ข้าวผัดง่ายๆ ที่หอมหวานลิ้นจี่ สามารถนำมาประยุกต์ผัดกับ อาหารต่างๆ นาๆได้ ลิ้นจี่ ก็คือ หนึ่งในนั้น

สูตรข้าวผัดหมูลิ้นจี่

สูตรข้าวผัดหมูลิ้นจี่

สูตรข้าวผัดหมูลิ้นจี่ ซึ่งลิ้นจี้มีรสหวานอมเปรี้ยว การปรุงรสชาติจึงต้องมีเทคนิคการทำ วิธีทำข้าวผัดหมูลิ้นจี่ ลิ้นจี่ทำอะไรกินได้บ้าง เมนูหมู เมนูผัด เมนูข้าวผัด ข้าวผัดทำอะไรกินได้บ้าง ทำข้าวผัดให้อร่อยทำอย่างไร หมูทำอะไรกินได้บ้าง กับข้าวจากหมู กับข้าวจากลิ้นจี่ ในฤดูการที่ ลิ้นจี่ ออกมาในท้องตลาดจำนวนมาก จะทำอย่างไรกับลิ้นจี่ดี ขอแนะนำ ข้าวผัดหมูลิ้นจี่ รสหวานกับรสชาติของข้าวผัดเป็นรสชาติที่แปลก และเข้ากันได้อย่างดี ข้าวผัด สามารถนำมาประยุกต์ผัดกับ อาหารต่างๆ นาๆได้ ลิ้นจี่ ก็คือ หนึ่งในนั้น

ส่วนผสม

ข้าวหุงสุก 1 ถ้วย
ไข่ไก่ 1 ฟอง
เนื้อลิ้นจี่สด 3 ลูก
หมูสด หั่นเป็นชื้นพอคำ 4 ช้อนโต้ะ
กระเทียม บด 1 ช้อนชา
ต้นหอม ซอย 1 ช้อนโต้ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาล 1 ช้อนชา
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต้ะ
พริกน้ำปลา 1 ถ้วย
แตงกวา ต้นหอม และ มะเขือ สำหรับ เป็นเครื่องเคียง ทานกับ ข้าวผัด

วิธีทำ

นำ ข้าว ไปแช่ตู้เย็น ให้ข้าวเย็นจับตัวเป็นเม็ดก่อน 15 นาที
ตั้งกระทะน้ำมัน ให้ร้อน จากนั้นใส่ กระเทียม ไข่ไก่ และ หมู ลงไปผัด พอหมูสุก และไข่สุก ก็ใส่ข้าวลงไปผัด
ปรุงรสด้วย ซอสปรุงรส และ น้ำตาล ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน ใส่ ต้นหอม และ ลิ้นจี่ ลงไปผัด
เสริฟข้าวผัดหมูลิ้นจี้ ทานคู่กับ แตงกวา ต้นหอม มะเขือ และ พริกน้ำปลา…