สูตรปลาซาบะย่าง อาหารญี่ปุ่น เมนูปลาซาบะ ประเภทปิ้งย่าง กับ ซอสหวานๆ

สูตรปลาซาบะย่าง

สูตรปลาซาบะย่าง

สูตรปลาซาบะย่าง เคล็ดลับการทำปลาซาบะย่างซิอิ้ว ปลาซาบะ ต้องเลือกปลาซาบะที่สดใหม่ การสังเกตุปลาสดๆ ให้ดูที่ ความสมบูรณ์ของตัวปลา ตาปลาซาบะใส เหงือกแดง หนังตึง เนื้อแน่น ไม่มีกลิ่นเน่า
การแล่เนื้อปลา ให้แล่ตามแนวก้ากปลา จะทำให้ได้เนื้อปลาที่ไม่ก้างปลาติดออกมาด้วย
เทคนิคการย่างปลาซาบะ เราใช้กระทะในการย่าง การย่างปลาไม่ต้องกลับปลาบ่อย ให้สุดครึ่งตัว และ จึงกลับด้าน เนื้อปลาจัสุกและหนังกรอบ หอมและ หวานซอสที่มีกลิ่นของปลา ไม่ต้องใส่น้ำมันมา เพราะจพทำให้มันเกินไป
การกินปลาซาบะย่าง ต้องกินขณะที่ปลาร้อนๆ เนื่องจากปลาที่ร้อนๆอยู่ นั้นเนื้อปลาจะนุ่ม และ ชุ่มน้ำ หากปล่อยให้ปลาเย็น และแห้ง เนื้อปลาจะแข็ง และไม่ชุ่มน้ำซอส จะไม่น่ารับประทาน

ส่วนผสม

เนื้อปลาซาบะ ขนาดประมาณ 200 กรัม
มะนาวหั่น 3 ชิ้น
วาซาบิ 2 ช้อนชา
น้ำจิ้มทาริยากิ 1 ถ้วย
ขิงดอง ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 2 ถ้วยตวง ( สำหรัททำซอสทาริยากิ )
สาเก 1 ถ้วยตวง ( สำหรัททำซอสทาริยากิ )
ซีอิ๊วญี่ปุ่น หรือ ซอสโชยุ 1 ถ้วยตวง ( สำหรัททำซอสทาริยากิ )

สูตรปลาซาบะย่าง

วิธีทำ

เตรียมทำน้ำซอสสำหรับหมัก และ ย่างปลาซาบะ โดยตั้งกระทะสำหรับทำน้ำซอส ใส้น้ำตาลลงไปเคี้ยวให้เป็นสีน้ำตาล จากนั้น ปรุงรสด้วย สาเก และ ซิอิ้วญี่ปุ่น หรือ ซอสโชยุ เคี้ยวให้เหนียวก็สามารถรับประทานได้
หมักปลาซาบะ กับซอสทาริยากิ ให้หมักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที หมักในตู้เย็น เมื่อได้ตามเวลาที่ต้องการ ให้นำไปย่างได้
การย่างปลาซาบะ เราจะย่างในกระทะ เพราะต้องการเก็บน้ำซอสจากการย่างเอาไว้ ตั้งกระทะสำหรับย่าง ใส่น้ำมันนิดหน่อยพอให้ไม่ติดกระทะ นำปลาลงไปย่าง ไฟอ่อนๆ ย่างให้สุกเหลือง ทั้งสองด้าน
เสริฟ ปลาย่างซือิ้ว กับ ขิงดองซอย และ วาซาบิ ราดด้วยน้ำที่ได้จากการย่างปลา ทานกับ น้ำจิ้มทาริยากิ และ ข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ…

เมนูอาหารต้มแซ่บเนื้อวัว ซดคล่องคอจนหยุดไม่อยู่!

เมนูอาหารต้มแซ่บเนื้อวัว

เมนูอาหารต้มแซ่บเนื้อวัว

เมนูอาหารต้มแซ่บเนื้อวัว เคล็ดลับการทำต้มแซ่บเนื้อวัว วิธีทำต้มแซ่บ เทคนิคความอร่อยอยู่ที่ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การเตรียมอาหาร และการปรุงรส เทคนิคการทำที่เพิ่มความอร่อยของอาหาร รายละเอียด มีดังนี้

เนื้อวัว ต้องเลือกเนื้อวัวสดๆ ส่วนเนื้อติดมัน และ มีเอ็นผสม วิธีการเลือกซื้อเนื้อวัว ให้ดูที่สีเนื้อแดงสด เนื้อไม่แห้งมีความมัน เนื้อแน่น ตึง เด้ง ไม่มีกลิ่นเน่า หรือ เป็นสีม่วง
น้ำซุป ให้ใช้น้ำซุปสำหรับเนื้อวัว โดยเทคนิคการทำน้ำซุปวัว คือ ใช้เนื้อวัว กับ เกลือ ต้มให้ความหวานของน้ำซุปออกมา
น้ำซุปที่ใช้ในการทำต้มแซ่บ ให้ใช้น้ำซุปเนื้อ ความหอมหวานของน้ำซุป เพิ่มความกลมกล่อมของอาหาร
เทคนิคการต้ม ข่า ตะไคร้ และ ใบมะกรูด ให้ใช้ไฟอ่อนๆ ค่อยๆต้มให้ความหอมของสมุนไพรออกมาอย่างเต็มที่
ใบมะกรูด ให้เอาส่วนของแกนใบออก เนื่องจากแกนใบจะทำให้มีรสขม ไม่น่ารับประทาน
ความเปรี้ยวของเมนูนี้ เลือกใช้น้ำมะขามเปียก ที่มีความหวานและเปรี้ยว ไม่เปรี้ยวจี้ดเหมือนน้ำมะนาว น้ำมะขามเปียก เหมาะสำหรับทำแกงอีสานมากที่สุด

เมนูอาหารต้มแซ่บเนื้อวัว

ส่วนผสม

เนื้อวัวส่วนติดมันและติดเอ็น 1 กิโลกรัม
เกลือป่น 1 ช้อนชา
ข่าแก่ หั่นบางๆ 4 ชิ้น
มะเขือเทศหั่น 3-4 ชิ้น
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
ต้นตะไคร้ หั่นเป็นท่อน 3-4 ท่อน
ผักชีฝรั่งซอย 2 ช้อนโต้ะ
หอมแดง บุบหัว 3 หัว
ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ
น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
พริกสดบุบ 4-5 เม็ด
พริกป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำ

เริ่มจากการต้มน้ำซุป โดยต้มน้ำให้เดือด ใส่ รากผักชี และ เนื้อวัว ลงไปต้มในน้่ำ เติมเกลือลงไป ต้มให้เนื้อวัวสุกนุ่ม และ น้ำซุกหอม
นำเนื้อวัวมาหั่นเป็นชื้นขนาดหนา พอดีคำ และ นำมาพักเอาไว้ก่อน
เริ่มการทำต้มเนื้อ โดย นำหม้อต้ม เติมน้ำซุปเนื้อ และ เนื้อวัวต้มลงไป
จากนั้นใส่ มะเขือเทศ หอมแดง ข่า ตะไคร้ และ ใบมะกรูด ลงไป ต้มให้กลิ่นหอมของสมุนไพรออกมาอย่างเต็มที่
ปรุงรสด้วย พริกสด พริกป่น น้ำปลา น้ำมะขามเปียกและน้ำตาลปี๊บ ชิมให้ได้รสชาติที่พอใจ
ใส่ผักชีฝรั่งลงไปด้วย ปิดไฟ เสริฟใส่ถ้วยพร้อมรับประทาน…

เมนูอาหารใต้ใบเหลียงต้มกะทิ เมนูแกงกะทิ เมนูกุ้ง อาหารรสชาติอร่อย

เมนูอาหารใต้ใบเหลียงต้มกะทิ

เมนูอาหารใต้ใบเหลียงต้มกะทิ

เมนูอาหารใต้ใบเหลียงต้มกะทิ เคล็ดลับการทำแกงกะทิใบเหลียง  ใบเหลียง ให้เลือกใบอ่อน เนื่องจากใบอ่อนจะเคี้ยวง่าย ไม่เหนียว รับประทานอร่อยกว่าใบแก่ๆ
เมื่อได้ใบเหลียงมาแล้ว ให้ล้างให้สะอาด อย่าให้มีเศษฝุ่นเจือปน และ ฉีกใบเหลียงรอไว้เลย
กุ้ง ต้องเลือกใช้ กุ้งที่สดๆ ตัวโตๆ เทคนิคการเลือกกุ้ง นั้น ให้เลือกกุ้งที่มีความสมบูรณ์ เปลือกติดกับตัวกุ้ง หัวไม่หลุดจากตัว เนื้อกุ้งแน่น ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า ไม่มีสีเขียว หรือ เหลือง ปน
การเตรียมกุ้ง ให้ล้างกุ้งให้สะอาด ตัดหัวออก ปลอกเปลือก ผ่าหลัง สำหรับเมนูนี้ให้เอาหัวกุ้งออก เนื่องจากหากใส่หัวกุ้งลงไปต้ม จะทำให้มันกุ้งออกมา น้ำแกงจะเป็นสีส้ม ไม่น่ารับประทาน
กะทิ ให้ใช้กะทิสด เป็นกะทิที่คั้นสดๆ จะได้ความหอม มัน และ อร่อย ให้กรองให้สะอาด
การต้มน้ำแกง กะทินั้น ต้องใช้ไฟอ่อนๆ เนื่องจากต้องระวังอย่าให้กะทิแตกมัน
การใส่ไข่ไก่ลงไป ในขั้นตอนสุดท้าย ทำให้เกิดความมันทำให้น้ำแกงมีรสอร่อย น่ารับประทาน

เมนูอาหารใต้ใบเหลียงต้มกะทิ

ส่วนผสม

ใบเหลียงอ่อน ฉีกเป็นชิ้นอดีคำ 2 จาน
หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง
หางกะทิ 1 ถ้วยตวง
กุ้งสด ตัดหัว ผ่าหลัง 5-6 ตัว (ตามใจชอบ)
กะปิ 1 ช้อนโต้ะ
หอมแดง 1 ช้อนโต้ะ
พริกไทยแห้งเม็ด 1 ช้อนโต้ะ
กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
ไข่ไก่ 2 ฟอง

วิธีทำ

เตรียมเครื่องแกง โดย การ โขรก กะปิ หอมแดง พริกไทย และ กุ้งแห้ง โขรกให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน
จากนั้น ตั้งหม้อต้ม ใส่หางกะทิลงไปต้ม ใช้ไฟอ่อนๆ อย่าให้กะทิแตกมัน เมื่อกะทิเริ่มเดือด ใส่เครื่องแกงลงไป ต้ม
ปรุงรสด้วยน้ำปลา จากนั้นใส่กุ้งสดลงไปต้ม เมื่อกุ้งเริ่มสุก ให้ใส่ ใบเหลียงลงไปต้ม ชิ่มรสชาติ
จากนั้นใส่หัวกะทิลงไป ต้มให้ส่วนผสมได้ที่ จากนั้นปิดไป และ ใส่ไข่ไก่ลงไปผสมกวนให้น้ำแกงมีความค้นและมัน
เท่านี้ ก็สามารถ เสริฟ แกงกะทิใบเหลียง ได้แล้ว…

เมนูหมูต้มใบชะมวง อาหารสมุนไพร อาหารสุขภาพ จาก ใบชะมวง

เมนูหมูต้มใบชะมวง

เมนูหมูต้มใบชะมวง

เมนูหมูต้มใบชะมวง หมู ที่ใช้ใน เมนูหมู ต้มใบชะมวง ให้ใช้ หมูสามชั้น ต้องเป็นหมูที่สด ใหม่ วันต่อวัน ทำความสะอาด และหั่นเป็นชั้น ขนาดพอดี ไม่บางหรือหนาเกินไป
น้ำ ที่ใช้ใน การต้มหมูต้มใบชะมวง ให้ใช้ น้ำซุปกระดูก จะทำให้ สูตรอาหาร เมนูนี้มีความอร่อยกลมกล่อมมากขึ้น
กระเทียม ใช้ กระเทียมไทย เนื่องจาก กระเทียมไทย มีความหอมและหวาน
ใบชะมวง มีรสเปรี้ยว เมนูนี้จะไม่ใช้ มะนาวในการปรุงอาหาร

เมนูหมูต้มใบชะมวง

ส่วนผสม

ใบชะมวงอ่อน 1 ถ้วย
หมูสามชั้น หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 ถ้วย
ข่าแก่ ซอยละเอียด 2 ช้อนโต้ะ
หอมแดง ซอยละเอียด 2 ช้อนโต้ะ
กระเทียม บด 1 ช้อนโต้ะ
กะปิ 1 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ช้อนชา
พริกไทยอ่อน 2 ช้อนโต้ะ
พริกแห้ง 2 ช้อนโต้ะ
น้ำซุป 2 ถ้วย
น้ำตาล 1 ช้อนโต้ะ
ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต้ะ

วิธีทำ

โขรก ข่า กระเทียม หอมแดง กะปิ เกลือ พริกไทยอ่อน และ พริกแห้ง ให้ส่วนผสมละเอียดเข้ากัน
จากนั้นตั้งกระทะให้ร้อน จากนั้นนำ เครื่องแกง และ หมูสามชั้น ลงไปผัด ให้มันหมูเริ่มออก ก็ใส่ ใบชะมวง ลงไป จากนั้นปรุงรสด้วย ซอสถั่วเปลือง และ น้ำตาล ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน
เติมน้ำซุปลงไป จากนั้นก็ต้ม ให้น้ำซุปลดลงเหลือ ครึ่งหนึ่ง หมูจะเริ่มนุ่ม ก็สามารถเสริฟรับประทานได้…

เมนูไข่ลูกเขยสูตรแม่ยายคนเมือง สามารถทำกินเองที่บ้านได้ อาหารทำกินง่าย

เมนูไข่ลูกเขยสูตรแม่ยายคนเมือง

เมนูไข่ลูกเขยสูตรแม่ยายคนเมือง

เมนูไข่ลูกเขยสูตรแม่ยายคนเมือง  เคล็ดลับความอร่อยของไข่ลูกเขย ไข่ที่เลือกใช้สำหรับทำไข่ลูกเขยให้เลือกใช้ไข้เป็ด เนื่องจากไข่เป็ดเปลือกจะหนา และไข่แดงจะใหญ่กว่าไข่แดงของไข่ไก่ นำมาทำไข่ลูกเขยแล้วได้ไข่ต้มที่สวยน่ารับประทาน
เทคนิคการการต้มไข่ อย่าต้มให้สุกเกินไป เอาแค่ไข่ขาวสุก สามารถปลอกเปลือกได้ก็พอ เนื่องจาก จะต้องนำไปเป็ดลงไปทอดอีกขั้นตอน และหากต้มสุกเกินไป ไข่แดงจะแข็ง ไม่มีรสชาติ เทคนิคการต้มไข่ให้ได้ไข่แบบยางมะตูม ให้ต้มประมาณ 6-8 นาที จะได้ไข่ขาวที่สุกและไข่แดงยังไม่สุก
การปลอกเปลือกไข่ต้มให้สวย ให้นำไข่ต้มไปแช่น้ำเย็นก่อน ให้ไข่ขาวหดตัวแยกออกจากเปลือกไข่ เวลาแกะจะง่ายได้ไข่ต้มที่สวย
เทคนิคการทอดไข่ ให้ใช้ไฟแรงๆ เนื่องจากเราต้องการให้ไข่ขาวเหลืองเท่านั้น ไม่ต้องการให้ไข่แดงสุกเกินไป
การทำน้ำซอส ขั้นตอนการคั่วน้ำตาลนั้น ให้คั่วให้น้ำตาลเป็นสีน้ำตาล อย่าคั่วจนน้ำตาลไหม้ เนื่องจากหากน้ำตาลไหม้ จะขมเสียรสหวาน
ปรุงรสเปรี้ยวของน้ำราด หากไม่มีน้ำมะขามเปียก สามารถใช้น้ำส้มสายชุแทนได้
น้ำตาล สำหรับนำมาทำซอส ให้เลือกใช้น้ำตาลปี๊บ ความหวานของน้ำตาลปี๊บเหมาะสำหรับทำไข่ลูกเขย
รสเปรี้ยวของเมนูนี้ เลือกใช้น้ำมะขามเปียก น้ำมะขามเปียกจะมีรสเปรี้ยวอมหวานอร่อย

เมนูไข่ลูกเขยสูตรแม่ยายคนเมือง

ส่วนผสม

ไข่เป็ด 3-4 ฟอง ดูเทคนิคการต้มไข่
หอมแดงเจียว 2 ช้อนโต้ะ ดูเทคนิคการทำหอมเจียว
ผักชีซอย 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต้ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
น้ำมะขามเปี๊ยก 1 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
พริกไทยป่น 1 ช้อนโต้ะ
น้ำซุปกระดูกหมู 5 ช้อนโต้ะ
น้ำมันพืชสำหรับทอดไข่ 1 ถ้วย ปริมาณพอท่วมไข่
พริกแห้งทอด 3-4 เม็ด

วิธีทำ

เริ่มต้นด้วยการต้มไข่ ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด หากสามารถควบคุมความร้อนได้ ให้ใช้ความร้อนที่ 100 องศาเซลเซียส ใส่เกลือป่นลงไปนิดหน่อย จากนั้นใส่ไข่เป็ดลงไปต้ม กวนน้ำให้วนให้ไข่เคลือนที่ อย่าทิ้งไข่อยู่กับที่ เนื่องจากไข่แดงจะสุกติดเปลือกทำให้ไข่ต้มไม่สวย ต้มด้วยเวลา 6 – 8 นาที หากชอบแบบไข่ต้มยางมะตูม ต้ม 10 นาที หากชอบไข่ต้มแบบสุกๆ
เม่ื่อไข่ต้มได้ที่ ให้นำไปแช่น้ำเย็น ให้ไข่หดตัวและหลุดจากเปลือก เพื่อจะได้แกะเปลือกง่าย
ปลอกเปลือกไข่ จะได้ไข่ต้มสีขาวสวยงาม จากนั้นพักเอาไว้ก่อนให้ ไข่ต้มแห้ง
ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน จากนั้น นำไข่ต้มไปทอด ให้ไข่เหลืองน่ารับประทาน เมื่อได้ไข่ทอด พร้อมแล้ว ให้นำมาพักเอาไว้ก่อน
ทำซอสโดย ตั้งกระทะให้ร้อน จากนั้นนำน้ำตาลปีี๊บ ลงไปคั่วในกระทะ ให้ละลาย คั่วจนน้ำตาลเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล จากนั้น ใส่น้ำซุปกระดูกหมูลงไป ปรุงรสด้วย พริหไทยป่น น้ำปลา และ น้ำมะขามเปียก
เคี้ยวน้ำซอสด้วยไฟปานกลาง ให้ซอสเหนียว จากนั้นให้ราดลงบนไข่ต้มทอด
โรยหน้าด้วย พริกแห้งทอด หอมเจียว และ ผักชี เป็นอันเสร็จสิ้นพร้อมรับประทานได้

เมนูไข่ลูกเขยสูตรแม่ยายคนเมือง

เมนูเด็ดไข่เจียวดาว รสชาติละมุน ที่คุณทำทานเองได้

เมนูเด็ดไข่เจียวดาว

เมนูเด็ดไข่เจียวดาว

เมนูเด็ดไข่เจียวดาว  ไข่เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสาร อาหารประเภทโปรตีน ทั้งยังมีไขมัน ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินบี 12 วิตามินเอ และแร่ธาตุซึ่งมีประโยชน์ต่อการสร้างเซลล์ผิวหนัง ขน และเล็บ เป็นอาหารที่ให้พลังงานต่ำ มีค่าประมาณ 80 กิโลแคลอรี่ / ฟอง จึงเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักรวมถึงบุคคลทั่วไปด้วย

เคล็ดลับ ไข่ไก่ ใช้ ไข่ไก่สดๆ การสังเกตุไข่สดๆ สามารถทำได้โดย สังเกตุผิวของไข่ และ ไข่แดง จะมีสีส้มนวล ไม่มีเลือดปน
น้ำมันสำหรับ ทอดไข่ ให้เลือกใช้ น้ำมันใหม่ น้ำมันที่เหมาะสำหรับ ทำไข่เจียว คือ น้ำมันหมู เนื่องจาก น้ำมันหมู จะมีความหอม และร้อนกว่าน้ำมันพืช เวลาทอด ขึ้นฟู สวยและหอม เหมาะสำหรับใช้ทอดไข่เจียวดาว
ห้ามใช้น้ำมันเก่ามาทอด น้ำมันที่ผ่านการทอด ไม่ควรนำมาใช้ทอดอีก เนื่องจาก จะมีกลิ่นของอาหารเก่า และ ไม่ดีต่อสุขภาพ
เทคนิคการทอดไข่เจียวดาว คือ การตีไข่ อย่าให้ไข่แดงแตก ให้ ตีไข่สำหรับ ไข่เจียว ก่อน จากนั้น ค่อย ตอกไข่ สำหรับ ไข่ดาว ลงไปใน ไข่เจียว จะทำให้ ไข่ดาว เป็นทรงไข่ดาว
น้ำมันที่ใช้ทอดไข่ ให้ใช้น้ำมันเยอะหน่อย น้ำมันจะทำให้ ไข่สุกทั้ง ด้านล่างและด้านบน

เมนูเด็ดไข่เจียวดาว

ส่วนผสม

ไข่ไก่ 3 ฟอง
ต้นหอม ซอย 1 ช้อนโต้ะ
หอมใหญ่ ซอย 1/2 ช้อนโต้ะ
มะเขือเทศ หั่นบางๆ 2-3 ชิ้น
ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต้ะ
ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต้ะ
พริกไทย 1 ช้อนชา
น้ำมัน สำหรับทอด 6 ช้อนโต้ะ

วิธีทำ

ตอกไข่ 2 ฟอง ใส่ชาม จากนั้นใส่ ซอสน้ำมันหอย ซอสถั่วเหลือง และ พริกไทย ตีให้ส่วนผสมเข้ากัน
ใส่ ต้นหอม หอมใหญ่ และ มะเขือเทศ ลงไปผสมกับไข่ที่ตีแล้ว ผสมให้เข้ากัน จากนั้นตอกไข่ลงไปอีก 1 ฟอง ไม่ต้องตีให้แตก
ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน จากนั้นใส่ไข่ลงไปทอด ให้สุกทั้ง 2 ด้วย โดยตอนกลับไข่ให้กลับแล้วก็รีบพลิกกลับมาทันทีให้ ไข่แดง ยังคงเหลือไข่แดงไม่ให้มันสุก
เสริฟใส่จาน พร้อม แตงกวา และทานกับ ซอสพริก กับข้าวง่ายๆ…

เมนูออส่วนบำรุงสุขภาพ อาหาร ชั้นภัตราคาร อาหารที่มีความอร่อย มัน และบำรุงสุขภาพ

เมนูออส่วนบำรุงสุขภาพ

เมนูออส่วนบำรุงสุขภาพ

เมนูออส่วนบำรุงสุขภาพ ออส่วน เป็น อาหาร ชั้นภัตราคาร อาหารที่มีความอร่อย มัน และบำรุงสุขภาพ สำหรับคนชอบ หอยนางรม

เมนูออส่วนบำรุงสุขภาพ

ส่วนผสม

หอยนางรมสด แกะเปลือก 1 ถ้วย
ถั่วงอกเด็ดหัว 1 กำมือ
กระเทียม สับละเอียด 2 ช้อนชา
ต้นหอม ซอยแฉลบ 2 ช้อนโต้ะ
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
แป้งมัน ละลายน้ำอัตราส่วน น้ำ 1 ถ้วย แป้งครึ่งถ้วย
น้ำมันพืช สำหรับผัด 2 ช้อนชา
น้ำมันพืช สำหรับทอด
ใบผักชี สำหรับโรยหน้า
ซอสพริก สำหรับรับประทานคู่กัน

วิธีทำ

ใส่ หอยนางรม ลงเคล้าเบา ๆ กับแป้งมัน ละลายน้ำให้ทั่ว พักไว้
ตั้งน้ำมัน 2 ช้อนชา ในกระทะด้วยไฟกลางให้ร้อน ใส่ กระเทียม ลงเจียวให้หอม ตามด้วยถั่วงอก ปรุงรสด้วย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และ พริกไทย ( เหลือไว้เล็กน้อยสำหรับโรยหน้า ) ผัดเข้าด้วยกัน
ใส่ต้นหอม ( แบ่งไว้เล็กน้อยสำหรับโรยหน้า ) ผัดต่อพอเข้ากัน ตักใส่จานเสิร์ฟเตรียมไว้
ตั้ง น้ำมันสำหรับทอด ในกระทะก้นแบนด้วยไฟกลางค่อนข้างแรงให้ร้อน ใส่ส่วนผสม หอยนางรม ลงทอดพอเกือบสุกใส่ไข่ ใช้ตะหลิวเกลี่ยเบา ๆ พอให้ไข่แดงแตก แล้วกลับด้านทอดจนสุกทั่ว ปิดเตา
ตักใส่จานเสิร์ฟที่เตรียมไว้ในข้อ 3 โรยหน้าด้วยต้นหอม ใบผักชี และ พริกไทย รับประทานขณะร้อน ๆ คู่กับ ซอสพริก กับข้าวง่ายๆ เมนูทอด อาหารทะเล

เมนูออส่วนบำรุงสุขภาพ

เมนูผัดสะตอปลา อาหารใต้เมนูปลา มีประโยชน์ และอร่อย

เมนูผัดสะตอปลา

เมนูผัดสะตอปลา

เมนูผัดสะตอปลา เคล็ดลับการทำผัดสะตอ  สะตอ ให้เลือดสะตอสดๆ และ นำมาล้างให้สะอาด ก่อนนำมารับประทาน
กะปิ ใช้ กะปิระยอง จะมีรสชาติเค็ม อร่อย
การเลือกปลา ให้เลือกใช้ปลาสดๆ โดย เทคนิคการเลือกปลา ให้ดูที่ตาปลา ต้องใส เหงือกแดง และ เนื้อแน่น เด้งตึง สภาพปลาภายนอกสมบุรณ์ และ เมื่อได้ปลา มาแล้วให้ล้างให้สะอาด อย่าให้เหลือเมือกและเลือดติดกับตัวปลา จะทำให้ปลาไมคาว
การทำอาหารประเภทเนื้อปลา เนื้อปลา มีลักษณะสุกง่าย และ เละง่าย พร้อมกับมีความคาว เทคนิคการทำ คือ ให้นำปลามาล้างให้สะอาด จากนั้น ทำให้เนื้อปลาสุกก่อน โดยต้มน้ำใส่ตะไคร้ ข่า และ นำเนื้อปลาลงไปลวกให้สุก จะทำให้ความคาวไม่ติดกับอาหาร และ เมื่อได้เนื้อปลาสุก ให้นำไปคลุกกับอาหาร เบาๆ เพื่อไม่ให้เนื้อปลาแตก

เมนูผัดสะตอปลา

ส่วนผสม

เนื้อปลาช่อน 10-15 ชิ้น หั่นให้เป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
สะตอ 10-15 เม็ด นำมาผ่าครึ่ง
หอมแดงหัวแดง 1 หัว นำมาซอย
กระเทียม 2-3 กลีบ นำมาซอย
พริกขี้หนูสวน 5-6 เม็ด นำมาซอย
กะปิ 1 ช้อนชา
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
ใบมะกรูดซอย 3 ใบ
น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช สำหรับผัด 2 ช้อนโต้ะ

วิธีทำ

เริ่มจากการล้างปลาให้สะอาดก่อน และนำมา ลวกในน้ำเดือด ให้สุก และ นำมาพักเอาไว้ก่อน
ทำพริกแกง โดยเตรียมครก ใส่ พริกขี้หนูสวน หอมหัวแดง กระเทียม และ กะปิ นำมาโขรกให้ละเอียด
เริ่มผัด โดย ตั้งกระทะใส่น้ำมัน รอให้ร้อน จากนั้น ใส่พริกแกงลงไปผัด ผัดให้หอม
จากนั้น ใส่ สะตอและใบมะกรูดลงไปผัด ปรุงรสด้วย น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา เติมน้ำลงไปนิดหน่อย ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน และ ชิมรสชาติให้ได้รสชาติที่ต้องการ
จากนั้น ใส่ปลาลงไป และ ผัดเบาๆ ปิดไฟ และ เสริฟใส่จานพร้อมรับประทาน…

สูตรเด็ดปลาหมึกผัดพริกสด ปลาหมึกช่วยป้องกันโรคคอพอกหรือภาวะขาดสารไอโอดีน

สูตรเด็ดปลาหมึกผัดพริกสด

สูตรเด็ดปลาหมึกผัดพริกสด

สูตรเด็ดปลาหมึกผัดพริกสด ปลาหมึกช่วยป้องกันโรคคอพอกหรือภาวะขาดสารไอโอดีน โดยปกติแล้วโรคคอพอกเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ เนื่องจากร่างกายขาดไอโอดีนทำให้ผู้ป่วยมีอาการคอโตหรือคอพอกตามมา ดังนั้นการรับประทานอาหารทะเล โดยเฉพาะปลาหมึกจะมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคคอพอกได้ เนื่องจากปลาหมึกจะมีปริมารไอโอดีนสูงโดยปลาหมึกน้ำหนัก 100 กรัม จะมีปริมาณไอโอดีนสูงถึง 54 ไมโครกรัม แม้ไอโอดีนจะเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการไม่มากนัก แต่หากรับประทานไม่เพียงพอก็จะทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาได้

สูตรเด็ดปลาหมึกผัดพริกสด

ส่วนผสม

ปลาหมึกหั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 ถ้วย เทคนิคการล้างปลาหมึก
พริกหยวกสดหั่นเป็นชิ้น 2 เม็ด
หอมหัวใหญ่ซอย 2 ช้อนโต้ะ
ต้นหอมซอยหยาบ 1 ต้น
กระเทียมบด 1 ช้อนโต้ะ
ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาล 1 ช้อนชา
ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต้ะ
พริกไทยดำบด 1 ช้อนชา

วิธีทำ

ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน ใส่ กระเทียม ลงไปผัด จากนั้นใส่ ซอสหอยนางรม ซอสถั่วเหลือง น้ำตาล พริกไทยดำ ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน
ใส่พริกหยวก ต้นหอม หอมใหญ่ และ ปลาหมึก ไปผัด คั่วให้ปลาหมึกสุก จากนั้นเสริฟใส่จานได้ กับข้าวง่ายๆ…

สูตรไก่ย่างยากิโทริสูตรเด็ดจากญี่ปุ่น Yakitori ไก่ย่างยากิโทริ เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ ไฟต้องอ่อนพอดีๆ

สูตรไก่ย่างยากิโทริสูตรเด็ดจากญี่ปุ่น

สูตรไก่ย่างยากิโทริสูตรเด็ดจากญี่ปุ่น

สูตรไก่ย่างยากิโทริสูตรเด็ดจากญี่ปุ่น เนื้อไก่ เป็นสัตว์หนึ่งที่นิยมนำมารับประทาน และปรุงอาหารได้หลากหลายมากให้รสชาติที่ดีด้วยคุณสมบัติดูดซับเครื่องปรุงได้ดีและจัดได้ว่าเป็นแหล่งอาหารที่มีคุณภาพ มีคุณค่าสารอาหารโปรตีนครบถ้วนไม่ต่างจากเนื้อแดงอย่างเนื้อวัว หรือเนื้อหมูเลย ที่สำคัญมีไขมันน้อยกว่า แคลอรี่ต่ำ (เนื้อแดงมักจะมีมันแทรกในเนื้อมาก) กลิ่นคาวน้อยกว่า และย่อยง่ายกว่า เนื้อไก่ก็เป็นอาหารยอดนิยมอีกอย่างหนึ่งในอาหารประเภทเนื้อสัตว์หาง่าย รสชาติดีและมีคุณค่าทางอาหารสูง เอาไปทำอาหารได้มากมายหลากหลายเมนู อย่างเช่นเมนูที่เราจะมาทำกันในวันนี้ “ไก่ย่างยากิโทริ ”

เคล็ดลับอยู่ที่ เนื้อไก่ ที่นำมาทำ ไก่ย่าง ให้เลือกใช้ไก่ที่สดใหม่ เนื้อที่สดใหม่ จะทำให้อาหารอร่อย    กระเทียม ที่ใช้ในการทำ ไก่ย่างยากิโทริ ให้เลือกใช้ กระเทียมจีน เนื่องจาก กระเทียมจีนกลิ่นไม่แรง  ไก่ ก่อนนำมา ย่าง ให้ หมักไว้ก่อน โดยให้นำไปแช่ในตู้เย็น จะทำให้ เครื่องหมัก เข้าเนื้อไก่มากขึ้น   การเลือกซื้อไก่ ไก่ต้องตาใสๆ ไม่ขุ่น ลักษณะของหนังไก่ ไม่เหี่ยวย่น ไม่มีจ้ำเขียว หนังไม่ซีด เนื้อไก่ต้องไม่มีสีเขียว เนื้อแน่น ปลายปีกสามารถดัดงอได้ง่าย หนังไก่มีสีขาว ไม่มีรอยฉีกขาด

สูตรไก่ย่างยากิโทริสูตรเด็ดจากญี่ปุ่น

ส่วนผสม

เนื้อไก่ หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 ถ้วย
เนย 1 ช้อนโต้ะ
กระเทียม บด 1 ช้อนโต้ะ
เกลือ 1 หยิบมือ
พริกไทยดำ บด 1 ช้อนชา
น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
ใบมิ้น บด 1 ช้อนชา
โรสแมรี่ บด 1 ช้อนชา
ใบกระเพรา บด 1 ช้อนชา

วิธีทำ

เริ่มจาก การหมักไก่ นำเนื้อไก่มาหมัก กับส่วนผสม ประกอบด้วย เนย เกลือ พริกไทยดำ น้ำเปล่า กระเทียม ใบมิ้น โรสแมรี่ ใบกระเพรา หมักไว้ในตู้เย็นสัก 2 ชั่วโมง
จากนั้นนำ เนื้อไก่ ไปเสียบไม้ สำหรับย่าง จากนั้นนำไป ย่าง ให้สุกก็พร้อมรับประทาน สูตรยากิโทริ ไก่ย่างสูตรญี่ปุ่น เมนูไก่ กับข้าวจากไก่ เมนูปิ้งย่าง

สูตรไก่ย่างยากิโทริสูตรเด็ดจากญี่ปุ่น

ประโยชน์ของการรับประทานเนื้อไก่

1.ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
เนื้ออกไก่เหมาะที่จะเป็นตัวเลือกที่ดีในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพราะในเนื้อส่วนอก นอกจากจะมีโปรสูงแล้วยังมีมีไขมันที่น้อยมีแค่เพียง 8.2% สังเกตได้ว่าสูตรอาหารของนักเพาะกายหลายๆสูตร จะใช้เนื้อไก่ส่วนนอกเป็นอาหารเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

2.โปรตีนที่ย่อยง่าย
สำหรับอาหารจำพวกเนื้อสัตว์แล้ว เนื้อไก่ก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคุณเช่นกันเมื่อกำลังมองหาอาหารที่ย่อยง่าย เพราะกล้ามเนื้อของไก่มีขนาดสั้น จึงทำให้กินง่ายย่อยง่าย ไม่มีอาการท้องอืดง่ายจนไปถึงไม่สร้างปัญหาในระบบขับถ่ายอีกด้วย

3.บำรุงระบบประสาท
สารอาหารวิตามินบี3 หรือไนอาซินในเนื้อไก่ มีประโยชน์ต่อระบบประสาทและสมองช่วยในการเรียนรู้ที่ดี การกกินเนื้อไก่ช่วยบำรุงในเรื่องของดีเอ็นเอหรือยีนทางพันธุกรรมในร่างกายของเราทำให้เราสามารถตอบสนองการเรียนรู้ในแต่ละช่วงอายุได้ดียิ่งขึ้น

4.นำไปทำอาหารได้หลากหลายชนิด
ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทไหนก็จะมีเนื้อไก่เป็นส่วนประกอบ แตกต่างกันไป อย่างเช่นเมนู ปิ้งย่าง ก็จะมีการนำ ไก่ หรือหมูมาทำเป็นอาหาร ไก่ปิ้งนมสด เป็นต้น

5.ดีต่อคุณแม่ตั้งครรภ์และลูก
สารอาหารวิตามินบี3 หรือไนอาซินในเนื้อไก่ มีประโยชน์ต่อระบบประสาทและสมองช่วยในการเรียนรู้ที่ดี การกินเนื้อไก่จะช่วยบำรุงในเรื่องของดีเอ็นเอหรือยีนทางพันธุกรรมในร่างกายของเราทำให้เราสามารถตอบสนองการเรียนรู้ในแต่ละช่วงอายุได้ดียิ่งขึ้น

6.ช่วยบำรุงสุขภาพ
นอกจากเนื้อไก่จะเต็มไปด้วยโปรตีนชั้นดี ไขมันต่ำ วิตามินครบครัน และมีแคลอรี่ต่ำ สารอาหารที่มีประโยชน์ดีต่อสุขภาพ บำรุงร่างกายได้ดี จึงเหมาะเป็นอาหารสำหรับคนที่อ่อนล้า ผู้ป่วย และผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี

7.ช่วยในการทำงานของต่อมไทรอยต์
ซีลีเนียม แหล่งรวมไอโอดีน สารอาหารที่สำคัญที่ช่วยบำรุงต่อมไทรอยด์ได้เป็นอย่างดี และส่งเสริมการทำงานให้ปกติดีเสมอ

8.ดีต่อผิวพรรณ
โปรตีนและสารอาหารสำคัญต่างๆ ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมผิวพรรณของเราให้กับมาแข็งแรงขึ้นอีกครั้ง และยังต่านทานอาการเจ็บแสบปวดร้อนภายในปากลิ้นให้กับเราได้ เพราะว่ามันก็มีวิตามินบี2 ที่ช่วยในการทำงานของเซลล์ในร่างกายให้เป็นปกติ…